ฉันแวะมาเมือง Warsaw หนึ่งวันหนึ่งคืน พอดีเป็นทางผ่านที่จะนั่งเครื่องยาวไปทริปไกล เลยขอแวะเที่ยวชมเมืองเก่าแบบสบายๆ และเยี่ยมเพื่อนนิดหนึ่งพอหอมปากหอมคอ ถือเป็นทริปสำรวจไว้เพื่อมาจัดเต็มคราวหน้า

Warsaw อันออกเสียงแบบภาษาอังกฤษว่า “วอร์ซอ” แต่ฝรั่งยุโรปมักจะออกเสียงว่า ”วาร์เชา“ นี้เป็นเมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ นับว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจการปกครองที่สำคัญเมืองหนึ่งในยุโรปทีเดียว ใครที่ไม่เคยมาอาจจะนึกว่าเมืองวาร์เชานี้น่าจะล้าหลังกว่าเมืองหลวงอื่นของยุโรปตะวันตก แต่จริงๆ แล้วไม่เลย ส่วนของเมืองใหม่ย่านธุรกิจมีตึกสูงระฟ้าทันสมัยแลดูเจริญมาก









และในส่วนของเมืองเก่าที่เป็นมรดกโลกนั้นก็ความสวยงามน่ารักน่าเดินเล่นเหมือนเมืองเก่าของยุโรปอื่นๆ แต่อันที่จริงเมืองเก่านี้เกือบ 90% ถูกถล่มทำลายหมดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แล้วจึงสร้างขึ้นมาใหม่ ที่น่าแปลกใจก็คือเมืองนี้มีความเขียวมากๆ มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่หลายแห่ง บ้านเมืองแลดูสะอาดใช้ได้และอากาศก็สะอาดสดชื่น ผู้คนแลดูทันสมัยไม่ต่างจากพลเมืองในประเทศยุโรปตะวันตก คุณภาพชีวิตโดยรวมแลดูดีทีเดียวเลย









































ฉันมีเวลาไม่มาก และบังเอิญมาวันจันทร์ซึ่งเป็นวันที่พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ปิด จึงได้เพียงแค่ไปเดินเล่นในเมืองเก่า ชมโบสถ์สำคัญต่างๆ ชมพระราชวังจากภายนอก และตอนเย็นก็ได้ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ Łazienki ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของเมือง และที่สำคัญมีพระราชวังลอยน้ำคือ Pałac Łazienkowski เป็นพระราชวังที่ในหลวงรัชกาลที่ห้าเคยเสด็จประพาส และได้ทรงประทับฉายพระรูปอยู่ระหว่างเสาโรมันตรงริมน้ำ พระรูปนี้มีติดอยู่ในสถานทูตไทยที่กรุงวาร์เชาด้วย พอดีฉันได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่สถานทูตไทยจึงได้ความรู้ว่า ได้มีโปรเจคระหว่างไทยและโปแลนด์ให้ศิลปินที่มีชื่อเสียงของโปแลนด์วาดรูปพระราชวังนี้และพระราชวังบางปะอินขึ้นมาทำเป็นแสตมป์ที่ระลึกของประเทศไทยและโปแลนด์ในดีไซน์เดียวกัน เนื่องจากพระราชวังสองแห่งนี้เป็นพระราชวังลอยน้ำเหมือนกัน (ฉันได้รับมอบแสตมป์นี้เป็นที่ระลึกจากเพื่อนด้วย ดีใจจัง) และฉันได้ไปชมพระราชวังแห่งนี้จากด้านนอก สวยงามทีเดียว คราวหน้าถ้ามาจะต้องวางแผนไม่ให้ตรงกับวันจันทร์จะได้เข้าไปชมข้างในด้วย







ฉันรู้สึกว่า วาร์เชาเป็นเมืองที่ไม่ใช่ยุโรปตะวันตกแต่ก็ไม่ใช่ยุโรปตะวันออก เขากำลังพัฒนาช้าๆ จึงได้เห็นวิถีชีวิตคนยุคใหม่อายุน้อยแบบที่ไม่ต่างจากในเมืองใหญ่ในยุโรปตะวันตก ที่มาวิ่งออกกำลังในสวนสาธารณะหลังเลิกงาน ไปกินดื่มร้านเก๋ใจกลางเมือง และวิถีคนรุ่นก่อนหน้า และบ้านเมืองที่ยังมีกลิ่นอายอนุรักษ์นิยม


ฉันเองได้ไปกินอาหารเย็นที่ร้านเก๋ร้านหนึ่งกลางเมืองที่เอาอาคารเก่ามาแต่งเป็นร้านสมัยใหม่ ขายอาหารฟิวชั่น เสิร์ฟไวน์โลกใหม่ บริหารโดยคนรุ่นใหม่อายุน้อย ได้อารมณ์ความคึกคักร่าเริงในอาคารเก่า อาหารอร่อย ตกแต่งสวย รสนิยมดี ให้ความรู้สึกว่า โปแลนด์ไม่ล้าหลังกว่าใคร และพร้อมแล้วที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อมประเทศอื่นๆ ฉันจะต้องกลับมาเจาะลึกเมืองอื่นๆ มากกว่านี้ให้รู้แจ้งแน่นอน










































