Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

เคยมีคนถามฉันว่า ไปเที่ยวมาก็หลายสิบประเทศแล้ว ชอบที่ไหนมากที่สุด ฉันพบว่าเป็นคำถามที่ตอบได้ยากมาก เพราะแต่ละที่ที่ไป ไม่สามารถตัดสินได้ด้วยสถานที่แต่เพียงอย่างเดียว หากต้องนับรวมถึงกิจกรรมและประสบการณ์ทั้งหมดเข้าด้วย อลาสก้าเป็นหนึ่งในตัวอย่างของคำอธิบายที่ดี เพราะถึงจะจริงอยู่ที่ว่าอลาสก้ามีวิวสวยงามมหัศจรรย์ไม่เหมือนที่ใด แต่ที่ทำให้อลาสก้าเป็นหนึ่งในสถานที่ประทับใจอันดับต้นๆของฉันคือ ประสบการณ์และกิจกรรมหลายอย่างที่หาไม่ได้จากที่อื่นต่างหาก กิจกรรมที่ใฝ่ฝันถึงมานานอย่างหนึ่งของฉันคือ Dog Sledding หรือการนั่งเลื่อนไปบนภูเขาหิมะที่ลากโดยฝูงสุนัขพันธุ์ฮัสกี้ หมายมั่นปั้นมือไว้นานแล้วว่า เมื่อไปอลาสก้าจะพลาดไม่ได้

ประเทศไซปรัส หรือ Republic of Cyprus นี้หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อกันอยู่ แต่ก็อาจจะงงอย่างที่ฉันเคยงงว่า ตกลงมันเป็นประเทศอิสระหรือเป็นส่วนหนึ่งของกรีซหรือตุรกีกันแน่ แล้วทำไมเขาถึงขับรถพวงมาลัยขวาเหมือนอังกฤษ และคนก็พูดสำเนียงอังกฤษ แล้วตกลงมันตั้งอยู่ในทวีปยุโรปหรือเอเชียกันแน่ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันพาไปเที่ยวและทำความเข้าใจแบบย่อๆ ก็แล้วกัน

ก่อนออกจากเมือง Skopje เราขับรถขึ้นไปบนภูเขาเพื่อชมโบสถ์ Saint Panteleimon กันเสียหน่อย เพราะฉันเป็นคนชอบจิตรกรรมฝาผนังของโบสถ์แบบนิกายออร์โธด็อกซ์ฝั่งยุโรปตะวันออกนี้จริงๆ แถมที่ตั้งของโบสถ์ก็ยังสวยงามอีกด้วย จากริมหน้าผาด้านหน้าโบสถ์มองลงมาเห็นเมืองหลวงของประเทศ North Macedonia แผ่อยู่ในหุบเขาด้านล่าง มีเทือกเขาโอบรับอยู่ด้านหลัง

พูดถึงชายฝั่งริเวียร่า หรือชายฝั่งสีคราม Cote d’Azur ของฝรั่งเศส ใครๆก็ต้องนึกถึงความโรแมนติกของเมืองตากอากาศหรูอย่างนีซ คานนส์ หรือแม้แต่มอนติคาร์โลของโมนาโค แต่สำหรับฉัน ความตื่นเต้นเหนือฟ้าอยู่ที่การสำรวจเมืองเล็กเสน่ห์แรงที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ริมชายหาดหรือปูพรมแดงเสมอไป อย่างเช่นเมือง Èze แอซ เมืองเก่าจากยุคกลางที่ยูเนสโก้บันทึกให้เป็นมรดกโลกนี้

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

ใครๆก็อยากมาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ แต่ทุกคนก็บ่นว่าแพงๆๆๆๆ ข้าวของก็แพง แถมค่าเงินก็แพง ไม่ว่าเงินสกุลไหนจะตกจะขึ้น เงินสวิสฟรังก์ก็ยังแพงคงเส้นคงวา ทำให้ทุกอย่างแพงตลอด แต่การมาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องกระเป๋าฉีกเสมอไป บอกไปแล้วจะไม่เชื่อว่า ของฟรีประเทศนี้มีมากมาย

3 อันดับแรกของประเทศที่มีภูมิประเทศสวยที่สุดแบบเหนือฟ้า คือ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ชิลิ

เรื่องเล่าเดินป่าที่สวิตเซอร์แลนด์เรื่องนี้ไม่ยาว เพราะไม่มีอะไรให้เล่ามาก แต่เป็นเรื่องหนึ่งที่เขียนบรรยายได้ยากที่สุดทีเดียว เพราะไม่รู้จะเรียกสิ่งประหลาดนี้ว่าอะไร เกิดมาก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ หมดปัญญาหาคำศัพท์มาเรียก เลยขอพูดง่ายๆว่า ไปเดินป่าดูรอยแยกประหลาดของหินยักษ์ ที่กลายมาเป็นทางเดินสวยสุดบรรยายก็แล้วกัน

คนรู้จักหลายคนบอกมาว่า Finnair ใช้ได้ทีเดียว ข้าวของเครื่องใช้บนเครื่องเป็นของยี่ห้อ Marimekko ทั้งหมด ฟังดูก็น่าตื่นเต้นแล้ว และยังเก็บสะสมไมล์กับ One World ได้ด้วย แต่ฉันก็ไม่เคยบินสักที จนประจวบเหมาะ ได้ตั๋วกลับเมืองไทยราคาดีของ Finnair จากซูริก แม้ต้องเปลี่ยนเครื่องสองครั้งที่ออสโลและเฮลซิงกิ วันนี้จึงขอรีวิวสายการบิน Finnair เสียหน่อยว่าเป็นดังที่ได้ยินมาหรือเปล่า

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย