Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ใครๆมักจะถามฉันประจำคือ “ไปมาร่วมหกสิบประเทศแล้ว มีที่ไหนอีกไหมที่ฝันว่าจะต้องไปให้ถึงอีก” มีสิคะ หลายที่ด้วย หนึ่งในท็อปลิสต์ฝันอันสูงสุดที่ฉันตอบโดยไม่คิดคือ “ไปเดินบุกป่าดูกอริลล่าแบบในหนังกอริลล่าอินเดอะมิสต์ที่รอยต่อสามประเทศคือรวันดา อูกันดา และคองโก”

พูดถึงชายฝั่งริเวียร่า หรือชายฝั่งสีคราม Cote d’Azur ของฝรั่งเศส ใครๆก็ต้องนึกถึงความโรแมนติกของเมืองตากอากาศหรูอย่างนีซ คานนส์ หรือแม้แต่มอนติคาร์โลของโมนาโค แต่สำหรับฉัน ความตื่นเต้นเหนือฟ้าอยู่ที่การสำรวจเมืองเล็กเสน่ห์แรงที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ริมชายหาดหรือปูพรมแดงเสมอไป อย่างเช่นเมือง Èze แอซ เมืองเก่าจากยุคกลางที่ยูเนสโก้บันทึกให้เป็นมรดกโลกนี้

เคยมีคนถามฉันว่า ไปเที่ยวมาก็หลายสิบประเทศแล้ว ชอบที่ไหนมากที่สุด ฉันพบว่าเป็นคำถามที่ตอบได้ยากมาก เพราะแต่ละที่ที่ไป ไม่สามารถตัดสินได้ด้วยสถานที่แต่เพียงอย่างเดียว หากต้องนับรวมถึงกิจกรรมและประสบการณ์ทั้งหมดเข้าด้วย อลาสก้าเป็นหนึ่งในตัวอย่างของคำอธิบายที่ดี เพราะถึงจะจริงอยู่ที่ว่าอลาสก้ามีวิวสวยงามมหัศจรรย์ไม่เหมือนที่ใด แต่ที่ทำให้อลาสก้าเป็นหนึ่งในสถานที่ประทับใจอันดับต้นๆของฉันคือ ประสบการณ์และกิจกรรมหลายอย่างที่หาไม่ได้จากที่อื่นต่างหาก กิจกรรมที่ใฝ่ฝันถึงมานานอย่างหนึ่งของฉันคือ Dog Sledding หรือการนั่งเลื่อนไปบนภูเขาหิมะที่ลากโดยฝูงสุนัขพันธุ์ฮัสกี้ หมายมั่นปั้นมือไว้นานแล้วว่า เมื่อไปอลาสก้าจะพลาดไม่ได้

เช้าตรู่เมื่อหมอกยังไม่จางดี  ที่ร้านกาแฟสดในปั๊มน้ำมันบนทางหลวงหมายเลขหนึ่ง  เลยตัวเมืองกำแพงเพชรมาไม่ไกล  ลุงชงกาแฟไปพลางเมียงมองมายังรถโฟร์วีลไดรฟว์ของเราที่บรรทุกข้าวของเครื่องใช้และเสบียงเพียบ  แล้วถามด้วยเสียงเปี่ยมความสงสัยว่า “จะไปเที่ยวไหน  ของเต็มรถขนาดนี้” คนขับมือหนึ่งของฉันตอบลงเสียงหนักแน่นหากอมยิ้มว่า “บอกไปก็ไม่เชื่อ” ลุงอึ้งไปนิดหนึ่งด้วยคำตอบที่คาดไม่ถึง  และคงประมาณไม่ถูกด้วยว่า  คำตอบนั้นเป็นมุกหรือเปล่า  แต่ความอยากรู้คงมีมากกว่า  ลุงจึงแหย่หาคำตอบต่อ “เชื่อ...บอกมาเถ้อะ....” “จะขับรถไป...ทิเบต....”

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

เมื่อวันอาทิตย์ฉันไปเดินเขากับเพื่อนมาที่ Muotathal ในคันโตน Schwyz ของสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เวลาเดินทั้งหมด 3 ชั่วโมง เดินไปสักพักก็รู้สึกแปลกตาแปลกใจกับพืชพันธุ์ไม้และลักษณะภูมิทัศน์ เพราะพันธุ์ไม้ทั้งหลายนั้นแลดูมีหลายประเภทจากหลายภูมิอากาศปนกันไปหมด เราจึงสันนิษฐานกันว่าบริเวณนี้ในสมัยโบราณน่าจะเคยเป็นธารน้ำแข็งมาก่อน กดหาข้อมูลอ่านจึงได้รู้เพิ่มเติมว่าบริเวณแห่งนี้มีถ้ำอยู่ใต้ดินชื่อ Hölloch มีความยาวถึง 200 กิโลเมตรทีเดียว เป็นถ้ำที่ยาวที่สุดในสวิตฯและยาวเป็นอันดับสองของยุโรปเลย

คนเกือบทั้งร้อยที่มาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์มาเพราะอยากชมวิวสวยๆ ประเทศทั้งสูงทั้งหนาวแห่งนี้มหัศจรรย์ตรงที่มองไปทางไหนก็มีแต่วิวสวยๆเต็มไปหมด ทั้งทะเลสาบ ภูเขา น้ำตก แม่น้ำ สวยขึ้นกล้องอย่างกับฉากในละครไปหมด แต่ถ้าถามฉันว่าวิวที่ไหนที่สวยที่สุด ตอบฟันธงได้เลย ไม่มีที่ไหนเกินตรงบาร์และร้านอาหารริมทะเลสาบของโรงแรม Park Hotel Vitznau ที่ตั้งอยู่เมืองฟิซเนาริมทะเลสาบลูเซิร์น

ใครมาเที่ยวเมืองซูริคนั้นก็มักจะไปเที่ยวกันแต่เมืองเก่า ชมบรรยากาศเมืองโบราณ โดยเฉพาะหากมาครั้งแรก แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าซูริคก็มีย่านฮิปเก๋ที่น่าไปสำรวจเช่นกัน ย่านนั้นอยู่บริเวณ Zurich West แต่หลายคนอาจหาไม่เจอว่าย่านนี้มันอยู่ตรงไหน

เรื่องเดินเขากับคนสวิสนี่เหมือนจะเป็นของคู่กันอย่างแยกไม่ออก การเดินเข้าไปในป่าในภูเขานี่เสมือนเป็นวิถีชีวิตประจำวันของคนสวิสทีเดียวเชียว สำหรับฉันที่ย้ายมาอยู่สวิตเซอร์แลนด์ได้ไม่ถึงสิบปี มาแรกๆก็ไม่เข้าใจว่าจะเดินอะไรกันนักหนา ไม่เหนื่อยไม่เบื่อเหรอ มันมีอะไรให้ดูขนาดนั้น แต่พออยู่ๆไป ได้ไปเดินจากที่ง่ายๆสั้นๆก็เพิ่มเป็นนานขึ้นยาวขึ้น เดี๋ยวนี้ติดเดินป่าเดินเขาเหมือนคนสวิสไปแล้วอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เข้าใจแล้วว่ามันสดชื่นมาก เป็นการออกกำลังผสมการท่องเที่ยวไปพบเห็นบรรยากาศใหม่ๆหมู่บ้านใหม่ๆในหนึ่งเดียว ได้ทั้งเที่ยวทั้งแข็งแรง เป็นการบริหารทั้งกายและใจ เดี๋ยวนี้จึงขยันสรรหาสถานที่เดินใหม่ๆที่ไม่เคยไปและออกเดินปีละหลายสิบครั้งไม่ว่าฤดูร้อนหรือฤดูหนาว

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย