Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

ฝรั่งเศสมีเมืองเล็กน่ารักอยู่เต็มไปหมดทั่วประเทศ ไหนๆก็เล่าถึงเมืองแอซแถวเฟร้นช์ริเวียร่าไปแล้ว ขอแนะนำเมืองน่ารักอีกเมืองไม่ไกลจากริเวียร่าเลยแล้วกัน เมือง Saint Paul de Vence ตั้งอยู่บนเขาหินทั้งลูกเหมือนกัน และเป็นเมืองเก่าจากยุคกลาง มีร้านอาหารคาเฟ่มากมายเต็มไปหมด แต่ละร้านน่านั่งทั้งนั้น มีขนาดเล็กเดินชมได้ทั่วใน 2-3 ชั่วโมง

ใครมาโรมาเนียก็คงจะพลาดไม่ได้ที่จะไปชมปราสาท Muzeului ที่เมือง Bran หรือที่นักท่องเที่ยวเรียกกันว่าปราสาทแดรกคูล่า อันที่จริงฉันก็รู้มาแล้วว่าปราสาทนี้แทบจะไม่เกี่ยวพันกับแดรกคูล่าเลย และ Vlad the Impaler ที่เป็นต้นฉบับของท่านเคานท์แดรกคูล่าก็ไม่ได้มีประวัติหรือความจริงอะไรเกี่ยวกับการเป็นผีดูดเลือดเลย แต่ไหนๆ มาแล้วก็ต้องไปดูให้รู้ให้เห็นกับตา

เมืองสุดท้ายก่อนจบทริปอัลเบเนียที่ฉันไปคือเมือง Durres เมืองนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นเมืองติดชายทะเล ขับรถจากทิราน่ามาเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น และตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมือง Bari ของอิตาลีพอดีเลยโดยที่มีทะเล Adriatic คั่นอยู่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมืองนี้แหละที่อิตาลียกพลขึ้นฝั่งมายึดอัลเบเนียในอดีต

พระเยซูประสูติที่เมือง Bethlehem ใน Palestine เราก็ต้องมาชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จากเยรูซาเล็มขับรถมาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี แม้จะต้องข้ามพรมแดนจากอิสราเอลเข้าปาเลสไตน์ก็ไม่จำเป็นต้องมีวีซ่า สถานที่ณ.ตรงจุดที่ประสูติของพระเยซูนั้นปัจจุบันคือโบสถ์ The Church of Nativity ประตูเข้าโบสถ์เป็นช่องเล็กๆในกำแพง ต้องก้มมุดเข้าไป แปลกดี ข้างในกลับกว้างใหญ่มาก ไม่ได้สวยงามชวนตะลึงแต่ก็ไม่มีใครสนใจ ทุกคนมุ่งหน้าเดินตามกันเข้าไปด้านในสุด เข้าคิวกันเพื่อมุดลงไปในช่องที่นำสู่ห้องใต้ดิน ด้านล่างนั้นคือจุดที่พระเยซูประสูตินั่นเอง

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

เที่ยวเหนือฟ้าทริปสุดท้ายของปี ขอไปนอนใน Igloo ถ้ำน้ำแข็งบนยอดเขา แช่ Hot tub กลางหิมะ เดิน Snow-shoeing กลางหมู่ดาว และสกีส่งท้ายปีเก่า

ใครๆก็อยากมาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ แต่ทุกคนก็บ่นว่าแพงๆๆๆๆ ข้าวของก็แพง แถมค่าเงินก็แพง ไม่ว่าเงินสกุลไหนจะตกจะขึ้น เงินสวิสฟรังก์ก็ยังแพงคงเส้นคงวา ทำให้ทุกอย่างแพงตลอด แต่การมาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องกระเป๋าฉีกเสมอไป บอกไปแล้วจะไม่เชื่อว่า ของฟรีประเทศนี้มีมากมาย

ปี 1988 ระหว่างปิดเทอมมหาวิทยาลัยปีหนึ่งขึ้นปีสอง ฉันได้ไปเรียนภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อนที่เมืองออกซ์ฟอร์ดประเทศอังกฤษ ช่วงวัยรุ่นฉันฟังเพลงฝรั่งเยอะมากและติดตามเอาจริงเอาจัง ยุค 80s คือยุคที่เพลงป็อปเบ่งบานและสวยงามอย่างไม่มียุคใดเหมือน โดยเฉพาะป๊อปฝั่งอังกฤษนั้นเฟื่องฟูเสนาะหูอย่างที่สุด การที่ได้ไปอยู่อังกฤษในช่วงกลางศตวรรษ 80s นั้นจึงเป็นความสุขและเป็นโชคดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของฉัน ที่ได้ซึมซับดนตรีคุณภาพและเป็นพื้นฐานที่ติดตัวมาตลอด และโชคสองชั้นที่ได้มาในฤดูร้อนปี 1988 นั้นก็คือการได้ไปชมคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโลกที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้จนทุกวันนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

กิจกรรมคลายร้อนในหน้าร้อนอย่างหนึ่งที่สนุกมากๆของคนสวิสก็คือการว่ายน้ำในแม่น้ำ ว่ายน้ำในทะเลสาบก็ว่าเด็ดแล้ว แต่บอกเลย.. ว่ายในแม่น้ำนี้แจ๋วกว่าเยอะเลย เพราะมันเป็นการปล่อยตัวให้กระแสน้ำไหลพาล่องไป พอถึงปลายน้ำก็ปีนขึ้นตลิ่งเดินกลับไปต้นน้ำแล้วกระโดดลงน้ำใหม่ วนไปแบบนี้จนกว่าจะพอใจหรือเหนื่อยหมดแรง

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย