Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

มันเริ่มขึ้นที่ “ถั่ว” แต่จบลงที่ฉันเกือบบ้า(แบบยังพอขำได้อยู่) เรื่องของเรื่องคือว่า จู่ๆฉันก็เกิดอาการแพ้ถั่วขึ้นมาเมื่ออายุสามสิบกว่า แล้วความรุนแรงนี่คือจากศูนย์ คือกินถั่วได้ไม่เป็นอะไร อยู่ดีๆพอจะแพ้ขึ้นมาก็เป็นระดับเกือบตายเลยในครั้งเดียว หลังจากที่รู้ตัวว่าแพ้ถั่วไม่นานฉันก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ที่ต้องเดินทางไปอินเดียบ่อย รู้ๆกันอยู่ว่าอาหารแขกใส่ถั่วเยอะขนาดไหน แต่ที่น่ากลัวกว่าคือแขกไม่รู้จักไม่เคยได้ยินโรคแพ้ถั่ว ไม่เข้าใจว่ามันเป็นการแพ้อาหารที่อันตรายรุนแรงที่สุดในบรรดาแพ้อาหารทั้งปวง

วันนี้เราขับรถจากเมือง Gilgit ไป Ghizer Valley ซึ่งปกติควรจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่เราจัดไปถึง 5 ชั่วโมง เพราะเขามีการทำถนนตลอดเส้น และจะเปิดให้รถแล่นผ่านไปได้เป็นช่วงๆ เราจึงเจอช่วงปิดถนนที่ต้องจอดรออยู่เป็นชั่วโมงพร้อมกับขบวนรถคันอื่นๆ ถนนเส้นนี้แคบและลัดเลาะไปตามไหล่เขา บางช่วงที่สร้างเสร็จแล้วก็ลาดยาง แต่หลายช่วงก็เป็นหินก้อนๆ เอามาถมไว้ก่อน เวลารถแล่นไปกระโดกกระเดกหัวสั่นหัวคลอนเลย ถนนไม่มีการแบ่งเลนไม่มีการตีเส้นใดๆ ทั้งสิ้น ใครอยากแซงได้แซงไปฝุ่นตลบอบอวล แต่วิวสองข้างทางนี้สวยขาดใจจริงๆ

อุรุกวัยเป็นประเทศไม่ใหญ่ มีพลเมืองเพียง 3.5 ล้านคน พลเมืองครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองหลวง จึงเท่ากับเมืองมอนเตวิดีโอนี้มีประชากรประมาณแค่เพียง 1.7 ล้านคนเท่านั้นเอง นับว่ามีขนาดกะทัดรัดใช้เวลาไม่มากก็เที่ยวได้ทั่ว ฉันเลือกพักโรงแรมย้อนยุคในตัวเมืองเก่าเลยจะได้เดินเที่ยวสำรวจได้สะดวก

ประเทศไซปรัส หรือ Republic of Cyprus นี้หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อกันอยู่ แต่ก็อาจจะงงอย่างที่ฉันเคยงงว่า ตกลงมันเป็นประเทศอิสระหรือเป็นส่วนหนึ่งของกรีซหรือตุรกีกันแน่ แล้วทำไมเขาถึงขับรถพวงมาลัยขวาเหมือนอังกฤษ และคนก็พูดสำเนียงอังกฤษ แล้วตกลงมันตั้งอยู่ในทวีปยุโรปหรือเอเชียกันแน่ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันพาไปเที่ยวและทำความเข้าใจแบบย่อๆ ก็แล้วกัน

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

บอกเลย ไม่มีใครซื้อตั๋วเครื่องบินเก่งเท่าฟ้าแล้วค่ะ สองปีมาแล้วที่ซื้อตั๋วจากซูริคกลับกรุงเทพได้ในราคาแค่ 1 ใน 3 ของราคาปกติ ปีที่แล้วไปเที่ยวโคลอมเบียก็ได้ตั๋วราคาถูกเกือบครึ่งของปกติ ส่วนบินไปตามเมืองต่างๆในยุโรปนี่ก็มักจะได้ราคาถูกกว่าคนอื่นๆเสมอ เพื่อนๆชอบถามว่าทำอย่างไร วันนี้จะเล่าให้อย่างละเอียด เอาความลับไปแบบว่ากันง่ายๆเป็นข้อๆแล้วกัน

ฉันว่ามนุษย์เราทุกคนนี่ก็น่าจะมีมุมเพี้ยนๆอะไรของตัวเองที่คนอื่นไม่เข้าใจกันทั้งนั้น สำหรับคนช่างกินอย่างฉันนี่ก็จะมีเรื่องที่คนบางคนคิดว่าประหลาดอยู่เหมือนกัน แต่คอกินเช่นเดียวกันก็คงจะเข้าใจได้ว่า การเดินทางบางครั้งนั้นเราจัดทริปขึ้นมาทั้งทริปเพียงเพื่อจะไปกินอาหารอะไรบางอย่าง หรือร้านอาหารอะไรบางแห่งเท่านั้นเอง และสำหรับทริปไปเยือนสโลวีเนียครั้งที่สองของฉันนี้ อันที่จริงแล้วเหตุผลก็เพราะว่าจะไปกินร้านอาหารที่อยากชิมมานานแล้วนี่เอง

ทริปนี้เป็นทริปเที่ยวประจำปีของกลุ่มร้องเพลงของผู้ชายในหมู่บ้าน สามีฉันเป็นสมาชิกร้องเพลงอยู่ในกลุ่มนี้จึงได้รับเชิญให้ไปด้วย กลุ่มร้องเพลงที่เรียก Männerchor นี้ เป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัวที่ในโลกนี้น่าจะมีเหลืออยู่แต่ในสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้นที่ยังรวมตัวกันอย่างจริงจังแบบนี้ และบางทีเขาก็จัดทริปไปเที่ยวด้วยกันประจำปี ปีนี้ฉันได้ไปกับเขาด้วยที่ Tannheim ในออสเตรีย

วันหนึ่งในฤดูร้อนฉันเกิดอยากเดินเขาแบบขอวิวสวยมากๆ เอาแบบมีทะเลสาบและมีต้นไม้หนาๆด้วยจะได้ไม่ร้อน แต่ขอไม่ไกลบ้าน และต้องเป็นที่ที่ยังไม่เคยไปด้วย พอเปรยๆเงื่อนไขความต้องการแบบไม่คาดหวังว่าจะเป็นไปได้ คุณสามีก็คว้าโทรศัพท์มาจิ้มๆแล้วบอกว่า จะพาไปเดินเขาเลียบทะเลสาบ Walensee เช็คอากาศแล้ว เสาร์อาทิตย์แดดจ้าฟ้าสว่าง ขับรถไปจากบ้านครึ่งชั่วโมงนิดๆเท่านั้น รับรองทุกอย่างตรงตามที่คุณขอมา ยกเว้นแต่ว่า...เดินโหดนิดนะ ใส่รองเท้าเดินเขาแบบหุ้มข้อดีๆไป และเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการเดิน 3-4 ชั่วโมง

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย