Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

วันที่ 2 บน Fairy Meadows เป็นวันของทริปเดินเขาทั้งวัน จากหมู่บ้านเราเดินต่อไปกันอีกร่วม 6 ชั่วโมง ไปกลับก็ประมาณ 20 กิโลเมตรโดยใช้เวลาเดิน 2 ชั่วโมงถึง Biyal Camp ที่เราจะย้อนมากินอาหารกลางวันกัน บริเวณนี้มีบ้านไม้หลายหลังกระจายกันอยู่ทั่วบริเวณกว้าง เป็นที่พักด้วย และมีบ้านชาวบ้านพร้อมคอกสัตว์อยู่ด้วย จากจุดนี้เดินอีกเกือบชั่วโมงก็ถึง The View Point เป็นจุดชมวิวที่ได้เห็นเทือกเขา Nanga Parbat อย่างชัดเจน และเห็นธารน้ำแข็ง Raigot Glacier อย่างใกล้ชิด

ฝรั่งเศสมีเมืองเล็กน่ารักอยู่เต็มไปหมดทั่วประเทศ ไหนๆก็เล่าถึงเมืองแอซแถวเฟร้นช์ริเวียร่าไปแล้ว ขอแนะนำเมืองน่ารักอีกเมืองไม่ไกลจากริเวียร่าเลยแล้วกัน เมือง Saint Paul de Vence ตั้งอยู่บนเขาหินทั้งลูกเหมือนกัน และเป็นเมืองเก่าจากยุคกลาง มีร้านอาหารคาเฟ่มากมายเต็มไปหมด แต่ละร้านน่านั่งทั้งนั้น มีขนาดเล็กเดินชมได้ทั่วใน 2-3 ชั่วโมง

ก่อนออกจากเมือง Skopje เราขับรถขึ้นไปบนภูเขาเพื่อชมโบสถ์ Saint Panteleimon กันเสียหน่อย เพราะฉันเป็นคนชอบจิตรกรรมฝาผนังของโบสถ์แบบนิกายออร์โธด็อกซ์ฝั่งยุโรปตะวันออกนี้จริงๆ แถมที่ตั้งของโบสถ์ก็ยังสวยงามอีกด้วย จากริมหน้าผาด้านหน้าโบสถ์มองลงมาเห็นเมืองหลวงของประเทศ North Macedonia แผ่อยู่ในหุบเขาด้านล่าง มีเทือกเขาโอบรับอยู่ด้านหลัง

ฉันก็เหมือนคนไทยทั่วไปที่โตขึ้นมากับความคิดที่ไม่ค่อยปลื้มนักกับอินเดีย พูดถึงอินเดียก็มีแต่คนบ่นว่าสกปรก แขกพูดเร็วฟังไม่รู้เรื่อง ตัวเหม็น บ้านเมืองเหม็น อาหารเหม็นเครื่องเทศกินไม่ได้ ไม่อยากไป ไม่ไปเด็ดขาด หลายปีผ่านไปได้คำสั่งจากนายว่าให้ไปเมืองมุมไบที่อินเดียอีกเป็นครั้งที่สอง และครั้งนี้แหละที่อินเดียทำให้ฉันหลั่งน้ำตาเป็นครั้งแรก

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

ปี 1988 ระหว่างปิดเทอมมหาวิทยาลัยปีหนึ่งขึ้นปีสอง ฉันได้ไปเรียนภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อนที่เมืองออกซ์ฟอร์ดประเทศอังกฤษ ช่วงวัยรุ่นฉันฟังเพลงฝรั่งเยอะมากและติดตามเอาจริงเอาจัง ยุค 80s คือยุคที่เพลงป็อปเบ่งบานและสวยงามอย่างไม่มียุคใดเหมือน โดยเฉพาะป๊อปฝั่งอังกฤษนั้นเฟื่องฟูเสนาะหูอย่างที่สุด การที่ได้ไปอยู่อังกฤษในช่วงกลางศตวรรษ 80s นั้นจึงเป็นความสุขและเป็นโชคดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของฉัน ที่ได้ซึมซับดนตรีคุณภาพและเป็นพื้นฐานที่ติดตัวมาตลอด และโชคสองชั้นที่ได้มาในฤดูร้อนปี 1988 นั้นก็คือการได้ไปชมคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโลกที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้จนทุกวันนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ส่วนตัวแล้วอาหารชาติที่ฉันชอบมากที่สุดคืออาหารอิตาเลียน ทั้งชอบทานและชอบทำทานเป็นประจำ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องชิม แต่ต้องบอกเลยว่าความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารอิตาเลียนนี้มันช่างมีมากมาย จนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ถึงจะรู้และเข้าใจจนหมด เพราะแต่ละแคว้นก็มีจานเด็ดเฉพาะของตัวเอง ไหนๆเพิ่งไป Turin และ Aosta มาตั้งเกือบหนึ่งสัปดาห์ วันนี้จึงขอขอเล่าให้ฟังเรื่องอาหารอิตาเลียนจากแคว้น Piedmont ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารอิตาเลียนที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ที่สุด

เรื่องเล่าเดินป่าที่สวิตเซอร์แลนด์เรื่องนี้ไม่ยาว เพราะไม่มีอะไรให้เล่ามาก แต่เป็นเรื่องหนึ่งที่เขียนบรรยายได้ยากที่สุดทีเดียว เพราะไม่รู้จะเรียกสิ่งประหลาดนี้ว่าอะไร เกิดมาก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ หมดปัญญาหาคำศัพท์มาเรียก เลยขอพูดง่ายๆว่า ไปเดินป่าดูรอยแยกประหลาดของหินยักษ์ ที่กลายมาเป็นทางเดินสวยสุดบรรยายก็แล้วกัน

ในสวิตเซอร์แลนด์มีสถานที่อยู่แห่งหนึ่ง ที่ไม่ได้เป็นสถานที่ในประวัติศาสตร์ใดๆ ไม่ได้เป็นมรดกโลก ไม่ใช่ที่หรูหรา ไม่ใหญ่โต แต่เป็นที่ๆติดอันดับยอดอิตใน Instagram ภาพของสถานที่แห่งนั้นทำให้คนมากมายทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะไปเยือน คนหลายคนเห็นภาพแล้วบอกตัวเองว่าต้องไปเห็นให้ได้ก่อนตาย แต่หลายก็บอกว่าคงไม่มีปัญญาไปเห็นเพราะมันคงลำบากเหลือเกินกว่าจะไปถึง สถานที่นั้นคือเกสต์เฮ้าส์เล็กๆที่ดูดิบๆเหมือนโรงเตี๊ยม แต่ตำแหน่งของมันที่ตั้งอิงอยู่หน้าผาสูงเปิดรับวิวภูเขาตระหง่านงามนั้น คือเหตุผลที่ใครๆก็อดไมได้ที่จะกดปุ่ม Like ให้กับภาพจากโซเชียลมีเดียที่เห็นหรือต้องแชร์ต่อกันอย่างไม่หยุด

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย