Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

“เสี่ยวเอ้อ  ขอน้ำชาหนึ่งจอก  ข้าเดินทางทางมาไกลหลายพันลี้  เหนื่อยเหลือเกิน” “ขอรับท่านจอมยุทธ”  “ท่านจอมยุทธ  ระวังข้างหลัง”.... เช้ง  โช้งเช้ง เช้ง ภาพในจินตนาการของจอมยุทธผมยาวต่อสู้กันแล้วกระโดดตัวเบาไปตามหลังคาเก๋งจีน  คือสิ่งเดียวเท่านั้นที่ขาดไปจากภาพเมืองเก่าลี่เจียงที่อยู่ตรงหน้า  ส่วนสิ่งที่เกินมา  ก็คือบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินตามกันเป็นสายเลือกซื้อของตามร้านรวงสองฝั่ง  จนแน่นถนนแคบๆที่ปูด้วยหินโบราณอายุ 800 กว่าปี

ประเทศเหนือฟ้าที่ฉันเพิ่งจะได้โอกาสไปเยือนหลังจากรอมานานๆๆๆ ทั้งที่ควรจะเป็นประเทศแรกๆในชีวิตที่ควรจะได้ไปเสียตั้งนานแล้ว คือประเทศตะวันตกประเทศแรกที่มีสัมพันธ์กับสยามนั่นเอง โปรตุเกสไงคะออเจ้า เรื่องมันยาวว่าทำไมจึงต้องรอมานานขนาดนี้จนใครๆเขาก็ได้ไปกันหมดแล้ว ดังนั้นเรื่องที่จะเล่าจึงไม่ขอเล่าเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเรื่องอื่น แต่ขอเล่าเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่จะเที่ยวลิสบอนและปอร์โตได้อย่างเจาะลึกคุ้มค่าขึ้นก็แล้วกัน

มือง Nuremberg หรือ Nürnberg ในภาษาเยอรมัน คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากมิวนิค ในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ฉันรู้จักเมืองนี้ครั้งแรกก็ด้วยชื่อเสียงของเขาเกี่ยวกับไส้กรอก เขามีไส้กรอกประจำเมืองเป็นแบบสีขาวและใช้ต้มแทนการย่างหรือทอด แต่เมืองนี้มีความน่าสนใจมากกว่าแค่ไส้กรอก เขาเคยรุ่งเรืองมากเมื่อ 500 กว่าปีมาแล้ว แต่น่าเสียดายที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตึกรามบ้านช่องในเมืองถูกทำลายไปถึง 90%

ก่อนออกจากเมือง Skopje เราขับรถขึ้นไปบนภูเขาเพื่อชมโบสถ์ Saint Panteleimon กันเสียหน่อย เพราะฉันเป็นคนชอบจิตรกรรมฝาผนังของโบสถ์แบบนิกายออร์โธด็อกซ์ฝั่งยุโรปตะวันออกนี้จริงๆ แถมที่ตั้งของโบสถ์ก็ยังสวยงามอีกด้วย จากริมหน้าผาด้านหน้าโบสถ์มองลงมาเห็นเมืองหลวงของประเทศ North Macedonia แผ่อยู่ในหุบเขาด้านล่าง มีเทือกเขาโอบรับอยู่ด้านหลัง

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

เมื่อสองปีก่อนฉันมาเที่ยวเมือง Crans Montana และได้ขึ้นไปพักบนโรงแรมที่อยู่สูงบนยอดเขา ตอนเดินบนภูเขานั้นมองข้ามหุบเขาไปยังภูเขาอีกลูกฝั่งตรงข้ามก็เห็นอ่างเก็บน้ำหนึ่งชัดเจน มีสันเขื่อนคอนกรีตสูงลิบลิ่วและบ่อน้ำเป็นสีฟ้า แลดูสวยยั่วตายั่วใจมาก แต่ตอนนั้นไม่สามารถเดินไปได้เนื่องจากมีดินถล่มระหว่างภูเขา วันนี้ได้จังหวะเหมาะจึงจัดทริปมาเดินเล่นรอบทะเลสาบ Tseuzier สมใจ

จุดหมายไม่แปลกแต่เส้นทางไม่คุ้นเคยได้เริ่มขึ้นแล้ว กลางเดือนพฤศจิกายน 2017 ต้องบินไปทำงานที่ฮ่องกงโดยบินออกจากซูริค แวะเปลี่ยนเครื่องที่สต็อคโฮม ด้วยสายการบิน SAS จึงเป็นที่มาของจุดหมายไม่แปลกแต่เส้นทางไม่คุ้นเคย แต่ก็นึกสนุกดีที่จะได้ทดสอบเส้นทางใหม่ๆ สนามบินใหม่ๆ และสายการบินที่ไม่ได้บินมานานมากๆแล้ว เลยคิดว่ารีวิวเล็กๆมาเล่าสู่กันฟังดีกว่า

ฉันย้ายมาเป็นพลเมืองของซูริคได้สามปีกว่า จึงขอเล่าถึงเสน่ห์เมืองเก่าอายุร่วมพันปีนี้ด้วยสายตาของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ประชุม ทำงาน ช้อปปิ้ง ตัดผม นวด และอื่นๆอย่างที่คนที่นี่เขาทำกัน รวมทั้งบอกใบ้ความลับที่นักท่องเที่ยวไม่รู้ เพราะเมืองเก่าซูริคคือที่ที่คนที่นี่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่จริง มิได้เป็นแค่จุดท่องเที่ยวไว้ขายนักเดินทาง

ใครจะเชื่อว่า ในสวิตเซอร์แลนด์นอกซูริคออกไปเพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ จะมีสิ่งก่อสร้างที่แลดูราวกับ วัดโรมันสมัยใหม่ มีชื่อที่ฟังราวกับอารยธรรมแอซเท็คของเม็กซิโกแห่งนี้อยู่ ฉันว่าคงมีนักท่องเที่ยวไม่กี่คนที่เคยมาเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย