Thursday, April 23, 2026
 Travel Switzerland

 Travel Switzerland

ใครจะเชื่อว่า ในสวิตเซอร์แลนด์นอกซูริคออกไปเพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ จะมีสิ่งก่อสร้างที่แลดูราวกับ วัดโรมันสมัยใหม่ มีชื่อที่ฟังราวกับอารยธรรมแอซเท็คของเม็กซิโกแห่งนี้อยู่ ฉันว่าคงมีนักท่องเที่ยวไม่กี่คนที่เคยมาเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้

ฉันอยู่สวิตเซอร์แลนด์มา 12 ปี เที่ยวมาก็เยอะ ถ้าถามว่าชอบภาคไหนของสวิตฯที่สุด ตอบได้ไม่ลังเลเลยว่า คือคันโตน Ticino ทางใต้ที่พูดภาษาอิตาเลี่ยนนั่นเอง ถ้ามีโอกาสฉันจึงพยายามไปเที่ยวภาคนี้ อย่างเช่นทริปที่ได้ไปเจาะลึกเที่ยวในบริเวณหุบเขา Vallemaggia มา

เมื่อวันอาทิตย์ฉันไปเดินเขากับเพื่อนมาที่ Muotathal ในคันโตน Schwyz ของสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เวลาเดินทั้งหมด 3 ชั่วโมง เดินไปสักพักก็รู้สึกแปลกตาแปลกใจกับพืชพันธุ์ไม้และลักษณะภูมิทัศน์ เพราะพันธุ์ไม้ทั้งหลายนั้นแลดูมีหลายประเภทจากหลายภูมิอากาศปนกันไปหมด เราจึงสันนิษฐานกันว่าบริเวณนี้ในสมัยโบราณน่าจะเคยเป็นธารน้ำแข็งมาก่อน กดหาข้อมูลอ่านจึงได้รู้เพิ่มเติมว่าบริเวณแห่งนี้มีถ้ำอยู่ใต้ดินชื่อ Hölloch มีความยาวถึง 200 กิโลเมตรทีเดียว เป็นถ้ำที่ยาวที่สุดในสวิตฯและยาวเป็นอันดับสองของยุโรปเลย

เมื่อสองปีก่อนฉันมาเที่ยวเมือง Crans Montana และได้ขึ้นไปพักบนโรงแรมที่อยู่สูงบนยอดเขา ตอนเดินบนภูเขานั้นมองข้ามหุบเขาไปยังภูเขาอีกลูกฝั่งตรงข้ามก็เห็นอ่างเก็บน้ำหนึ่งชัดเจน มีสันเขื่อนคอนกรีตสูงลิบลิ่วและบ่อน้ำเป็นสีฟ้า แลดูสวยยั่วตายั่วใจมาก แต่ตอนนั้นไม่สามารถเดินไปได้เนื่องจากมีดินถล่มระหว่างภูเขา วันนี้ได้จังหวะเหมาะจึงจัดทริปมาเดินเล่นรอบทะเลสาบ Tseuzier สมใจ

ปีนี้เพื่อนพาไปชมปราสาทเก่าอายุราว 900 ปีชื่อ Oron Castle หรือในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Château d'Oron เป็น Swiss Inventory of Cultural Property of National Significance หรือมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติสวิตฯด้วย

Vals หมู่บ้านจิ๋วแห่งนี้มีของดีสองอย่าง อย่างแรกคือน้ำแร่ซึ่งนำมาบรรจุขวดเป็นน้ำดื่มยี่ห้อ Valser ขายไปทั่วประเทศ อีกอย่างคือหินสีเทาเข้มมีประกายวาววับเหมือนกับเพชรฝังแทรกอยู่ในเนื้อที่เรียกว่า Valserstein แต่สำหรับฉันนั้นสิ่งที่เป็นของดีสุดยอดเลย ก็คือ Wellness ที่อยู่ในโรงแรมใหญ่ของเมืองชื่อ 7132 ฉันไปเวลล์เนสส์มาก็เยอะ ขอฟันธงเลยว่าที่นี่แหละเหนือฟ้าที่สุดแล้วในสวิตเซอร์แลนด์ เหนือฟ้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งกว่าเวลล์เนสส์ชื่อดังที่ใครๆก็เคยได้ยิน

โรงแรมที่ฉันพักเมื่อคืนน่าจะเป็นโรงแรมที่ประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งที่เคยนอนมาเลยทีเดียว ชื่อของโรงแรมคือ Null Stern Hotel แปลเป็นไทยว่า โรงแรมที่มีศูนย์ดาว หรือโรงแรมที่ไม่มีดาว เนื่องจากโรงแรมนี้ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีผนัง ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีเพดาน มีแต่เตียงตั้งอยู่กลางแจ้งโล่งๆโดดเดี่ยว ถ้าจะให้คะแนนเป็นดาวกันก็คงเป็นศูนย์แน่นอน แต่เป็นเตียงที่นอนแล้วรับรองได้ว่าเห็นดาวเป็นล้านดวงเลย

Glorenza หรือ Glurns ในภาษาเยอรมันเป็นเมืองเล็กๆหรืออันที่จริงน่าจะเป็นเพียงแค่ตำบลมากกว่า เพราะมีขนาดจิ๋วเพียงแค่ 13 ตารางกิโลเมตรและมีพลเมืองอยู่ไม่ถึง 900 คนเท่านั้นเอง ตั้งอยู่ในจังหวัด South Tyrol ของเขต Trentino-Alto Adige ประเทศอิตาลี และอยู่ติดกับชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ เรียกว่าไกลปืนเที่ยงมากๆและไม่น่าจะมีคนเคยได้ยินชื่อเมืองนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าใครได้แวะไปแล้วจะตกใจในความน่ารักทีเดียว

ฉันชอบสะพานแขวนเอามากๆ และในที่สุดก็ได้ไปเดินสะพานแขวนนี้สมใจหลังจากที่วางแผนและจดจ้องให้อากาศดีท้องฟ้าเปิดมาสองปี สะพานนี้คือ Peak Walk by Tissot ที่ Glacier 3000 ใกล้เมือง Les Diablerets จะไปถึงได้ต้องขับรถไต่เขาคดเคี้ยววกวนจากเมือง Montreux ไปพอสมควร จากนั้นต้องนั่งกระเช้าแขวนขึ้นภูเขาไปสองกระเช้าจึงจะถึงด้านบนที่ความสูง 3000 เมตรเหนือน้ำทะเล

หน้าหนาวปีนี้หิมะน้อยมากๆ ปีที่แล้วฉันยังติดใจการเดิน Winter hike อยู่แต่ปีนี้กลับไม่ได้ไปเดินเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่ก็เริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วหิมะจะไม่เหลืออยู่แล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงหาที่ไปเดินเสียหน่อย เราขับรถจากบ้านไป 1 ชั่วโมงก็ถึง Melchsee-Frutt ทั้งๆที่ใกล้ขนาดนี้กลับไม่เคยไปเลย ระหว่างทางทิวทัศน์ภูเขามีแต่สีน้ำตาลไม่มีความขาวเลย ยังนึกว่าจะมีหิมะเหลืออย่างที่ดูจากกล้องมาแล้วจริงหรือ