สุดสัปดาห์สองวันหนึ่งคืนเราไปพักผ่อนแบบง่ายๆ สบายๆ ในบรรยากาศธรรมชาติกันที่ออสเตรียตามวิถีของคนยุโรปแถวนี้ จากซูริคขับรถไปเพียงสองชั่วโมงก็ถึงเมืองเล็กๆ ในชนบทของออสเตรียทางตะวันตกที่ติดกับสวิตเซอร์แลนด์

เราไปเดินเขาที่ Golm กัน จากที่จอดรถมีกระเช้าขึ้นไปบนเขาสูง ซึ่งข้างบนจะมีกิจกรรมมากมาย ทั้งการเล่น Rodenbahn หรือนั่งเลื่อนที่ไหลลงมาตามรางอย่างเร็วเหมือนรถไฟเหาะ หรือไม้เลื่อนที่อยู่ในท่อขนาดยักษ์ แบบเข้าอยู่ไปอยู่ในท่อแล้วปล่อยตัวให้ไหลลงเขามาตามแรงโน้มถ่วง พอถึงแล้วก็เดินต่ออีกนิดหนึ่งแล้วกระโดดเข้าไปอีกในท่อแล้วไหลต่อมาอีก ใครจะเลือกเล่นตามความสนุกอันใดก็ได้ตามจริตและรสนิยม หรือใครจะเลือกเดินเขาลงมาก็มีเส้นทางให้เลือก ทั้ง 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงหรือ 3 ชั่วโมง เรียกว่าเลือกได้เลยตามระดับความยากง่ายและเวลาที่มี แถมในเส้นทางระหว่างนั้นก็ยังมีเครื่องเล่นและกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กๆ อีกด้วย เรียกว่าไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มคนสาว หรือคนแก่ คนโสด หรือมีลูกหรือไม่มีลูก ณ.จุดนี้มีกิจกรรมครบถ้วนสำหรับทุกคน และตรงที่ขึ้นกระเช้าด้านล่างยัง มีเขื่อนกันน้ำ ที่กลายเป็นทะเลสาบสองแห่งที่เดินเล่นรอบๆ ได้ หรือถ้าใครเดินไม่ไหวก็นั่งเล่นที่ร้านอาหารข้างล่างรอสมาชิกได้อีก เรียกว่าครบถ้วนทุกสิ่งอันสำหรับทุกคนจริงๆ

ส่วนเรานั้น ขึ้นกระเช้าไปด้านบนภูเขาแล้วเล่น Rodenbahn ลงมา กิจกรรมตื่นเต้นเร้าใจแบบนี้ฉันชอบมากๆ แต่บอกตรงๆ ว่าบางครั้งก็กลัวไม่ไว้ใจตัวเองที่จะควบคุมอุปกรณ์เหล่านี้ ครั้งนี้เลยขอนั่งเป็นคู่กับสามี ให้นางนั่งข้างหลังเป็นคนคอยเหยียบเบรค ฉันนั่งข้างหน้าไม่ต้องเบรคใดๆ คอยร้องกรี๊ดอย่างเดียว เวลาเล่นเครื่องเล่นตื่นเต้นแบบนี้ความสนุกที่สุดมันอยู่ตรงได้ร้องกรี๊ดนี่แหละ จะตื่นเต้นไม่ตื่นเต้น จะเร้าใจไม่เร้าใจ ความสนุกของฉันอยู่ที่การได้ร้องกรี๊ดไว้ก่อน มันได้ปลดปล่อยสุดๆ ตรงนี้ แถมคนที่ไปด้วยยังหัวเราะถูกใจทุกครั้งเลยเพราะขำกับความบ้าๆ บอๆ ของฉัน

Rodenbahn ที่นี่นับว่าดีทีเดียวถ้าเทียบกับหลายหลายที่ๆ ฉันเคยเล่นมา เพราะความยาวนั้นถึงเกือบ 3 กิโลเมตรทีเดียว ใช้เวลาประมาณ 8 นาที มีทั้งจุดดิ่งลงแบบดิ่งพระสุธา และจุดที่ตีโค้งจนตัวเอียง หวาดเสียวเหมือนเราจะหลุดโค้งออกไป ชอบมากๆ เลย

พออดรีนาลินได้ทำงานจนสุดแล้ว เราก็นั่งรถกระเช้าซึ่งปกติเป็นกระเช้าที่ขนส่งนักสกี (เพราะเขานี้เป็นเขาสกีด้วยในหน้าหนาว) ไปถึงด้านบน แล้วจึงเดินเขาลงมา วันนี้ฉันค่อนข้างเหนื่อยเพราะทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์ จึงบอกสามีว่าถ้าจะให้เดิน 3 ชั่วโมงไปถึงข้างล่างนี้ไม่ไหวแน่นอน ขอแค่ชั่วโมงนิดๆ พอ เราจึงเดินลงมาจนถึงสถานีกอนโดล่าใหญ่ เรียกว่าระยะเวลากำลังดี ความยากง่ายความชันกำลังดีสำหรับคนที่พลังไม่เยอะอย่างฉันในวันนี้ สิ่งที่ฉันเห็นแล้วชอบก็คือ ตลอดเส้นทางนั้นมีคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยเดินเขาด้วยตลอดเส้นทางเลย ฝรั่งแถวนี้ไม่ว่าจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์หรือออสเตรีย เขาจะเดินเขากันเป็นหลักและฝึกให้ลูกเล็กหัดเดินเขากันเป็นเรื่องธรรมดาตั้งแต่เล็ก เด็กๆ พวกนี้ก็จะเติบโตมากับธรรมชาติและการออกกำลังกาย เด็กสองสามขวบเพิ่งเดินได้ไม่นานกระโดดโลดเต้นไปกับความชันของภูเขาและบันไดของทางเดินธรรมชาติอย่างไม่กลัวที่จะหกล้มเลย ฉันเสียอีกยังกลัวมากกว่า

และที่น่ารักก็คือ ตลอดเส้นทางนี้เขาจะมีเครื่องเล่นหรือกิจกรรมต่างๆ คอยให้เด็กๆ ไม่เบื่อตลอด เรียกว่าเดินมานิดหนึ่งก็จะมีเครื่องเล่นต่างๆ ให้เด็กๆ ได้ห้อยโหนตีลังกา หรือจะมีกิจกรรมที่ให้ความรู้ด้วยในตัว เช่นให้เด็กๆ ขึ้นไปอยู่บนแพไม้กระดานเลื่อนซึ่งโยกได้แล้ววิดน้ำขึ้นมาเพื่อทดน้ำไปอีกฝั่งหนึ่งของบ่อ แล้วเด็กๆ จะวิ่งกรูกันไปอีกด้านของแพกระดานเพื่อให้กระบวยน้ำยักษ์ที่วัดน้ำจุ่มลงไปในน้ำ เสร็จแล้วก็วิ่งกรูกันไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้แพมันกระดกแล้ววักน้ำทดออกไปในบ่อฝั่งตรงข้าม นี่คือแค่หนึ่งตัวอย่างที่ฉันจะบอกว่าเครื่องเล่นในป่าเหล่านี้ฝรั่งเขาคิดมาดีแล้วมาก การที่รวบรวมทุกอย่างอยู่ในเครื่องเล่นเดียว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางร่างกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง การคำนวณคิดของวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์ การใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยังการทำงานเป็นทีมเวิร์คเพื่อพัฒนาคุณภาพทางสังคมอีกด้วย อยากให้เมืองไทยมีอะไรแบบนี้ในชีวิตประจำวันบ้างจังเลย

พอเราเดินเขาลงมาแล้วก็ยังมีร้านอาหารและบาร์มากมายให้เรานั่งพักผ่อนอีก ดื่มน้ำดื่มแอลกอฮอล์อะไรก็ว่าไปตามอัธยาศัย เราใช้เวลาทั้งหมด 3-4 ชั่วโมง จากนั้นเราไปพักที่เมือง Saint Gallenkirsch ที่นี่น่าจะเรียกว่าเป็นหมู่บ้านมากกว่าเพราะเท่าที่เห็นนั้นเล็กมาก และแทบไม่น่าจะมีอะไรเลย ถนนตัดผ่านไปกลางเมืองมีโบสถ์เล็กๆ อยู่หนึ่งแห่ง มีโรงแรมของเรา และร้านอาหารอีกสองสามแห่งเท่านั้น แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าโรงแรมเก่าแก่บริหารโดยครอบครัวนี้มีของดีที่ไม่น่าเชื่อซ่อนอยู่ ชนิดที่คู่ควรกับการไปพักมากๆ

นั่นก็คือสระว่ายน้ำแบบธรรมชาติที่เป็นเทคโนโลยีใหม่นั่นเอง สระว่ายน้ำแบบนี้ฉันเห็นมีอยู่หลายแห่งแล้วในยุโรป เราเคยเกือบซื้อบ้านที่สวิตเซอร์แลนด์ที่มีสระว่ายน้ำแบบนี้อยู่ด้วย แต่บังเอิญเราไม่ได้ชอบตัวบ้านขนาดนั้นเลยไม่ได้ซื้อ ส่วนโรงแรมอื่นที่ไปพักก็เคยเจอสระว่ายน้ำแบบนี้เหมือนกัน แต่เพิ่งครั้งนี้แหละที่ได้ลงไปแช่เล่นอย่างชุ่มฉ่ำใจเป็นชั่วโมงๆ เพราะหน้าร้อนอากาศร้อนจัด สระอยู่ในสวนมีวิวหุบเขาโอบล้อมและมีขนาดใหญ่มากๆ เหมาะแก่การลงไปแช่เล่นชมวิวเป็นที่สุด รอบๆมีที่นั่งเล่นนอนเล่นอย่างสบายและมีบาร์แบบบริการตัวเองด้วย สระธรรมชาติแบบนี้เขาออกแบบมาให้เหมือนกับเป็นบ่อน้ำตามธรรมชาติเลย คือมีต้นกกต้นไม้ขึ้นอยู่รอบๆ ในสระเลย รูปร่างของสระก็เป็นแบบฟรีฟอร์มอย่างธรรมชาติในป่าในเขา แต่อันที่จริงเขาจะกำหนดกำแพงขอบสระเป็นสี่เหลี่ยมหรือรูปแบบอย่างไรก็ได้อยู่ด้านล่างใต้น้ำ ในส่วนที่เราว่ายเล่นก็จะอยู่ในส่วนที่กำหนดนั้น แต่ตรงขอบๆ ที่ตื้นขึ้นมาจะมีกรวดมีหินและต้นไม้ต่างๆ ปลูกเอาไว้ แน่นอนอิฐที่ก่ออยู่รอบๆ สระและตรงก้นสระจะปล่อยให้ตะไคร่ขึ้นอย่างธรรมชาติไปด้วย แต่ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะสกปรก เพราะเขามีระบบกรองน้ำและระบบน้ำหมุนเวียน

ฉันชอบสระแบบนี้มากๆ เรียกว่าเป็นสระว่ายน้ำในฝันเลยล่ะ แต่เมืองไทยอาจจะไม่เหมาะเพราะคงจะมีสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายลงไปว่ายน้ำเป็นเพื่อนเต็มแน่นอน!

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY