คำว่า ”สปา“ ที่เราคุ้นเคยกันนี้ มีต้นกำเนิดจากเมือง Spa ในประเทศเบลเยี่ยมนี่เอง คำว่า Spa ในภาษาท้องถิ่นเดิมเชื่อว่าหมายถึง “น้ำพุ” หรือ “แหล่งน้ำ” สุดสัปดาห์นี้ฉันมานอนเล่นอยู่แถวเมืองสปาสองคืนกับกลุ่มเพื่อนชาวเบลเยี่ยมของสามี วันนี้เลยได้ไปเที่ยวชมเมืองและเข้าเวลล์เนสที่เมืองสปาต้นกำเนิด

เมือง Spa นี้ อยู่ทางตะวันออกของเบลเยี่ยมในเขตที่พูดภาษาฝรั่งเศส มีชื่อเสียงเรื่องการอาบน้ำบำบัดโรคและดูแลสุขภาพมาตั้งแต่ยุคโรมันเพราะมีน้ำพุแร่ธรรมชาติที่เชื่อว่าช่วยรักษาโรคได้ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16–18 นั้นพวกชนชั้นสูง ขุนนาง และราชวงศ์ยุโรปนิยมเดินทางมาพักผ่อนและบำบัดร่างกายที่เมืองนี้และเป็นการเข้าสังคมไปด้วยในตัว จนมีคำเรียกเมืองว่า “Café of Europe” เมือง Spa จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการพักผ่อนเพื่อสุขภาพ และโด่งดังมากจนชื่อ “Spa” ถูกใช้เรียกสถานที่แช่น้ำแร่ในประเทศอื่นๆ ตามไปด้วย ทุกวันนี้ คำว่า spa กลายเป็นคำสามัญของการบำบัดด้วยน้ำและการนวดเพื่อสุขภาพไปแล้วอย่างที่เรารู้กัน และในปี 2021 เมือง Spa ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกในกลุ่ม Great Spa Towns of Europe

วันนี้เราไปเดินเล่นในเมืองสปากัน อาคารเมืองเก่าสวยงามน่าสนใจทีเดียว

สามีของฉันบอกว่าจะไปดื่มน้ำที่น้ำพุเพราะว่าเขามาเมืองนี้ครั้งสุดท้ายตอนอายุ 12 และได้ไปดื่มน้ำที่น้ำพุและยังจำรสชาติได้อย่างติดตาตรึงใจ วันนี้เราจึงไปที่น้ำพุนั้นอีก แต่พอไปถึงเขาบอกว่ามันไม่ได้ตั้งอยู่ที่เดิมที่เขาเคยมา มันคงถูกย้ายที่ พอดื่มเข้าไปปั๊บสามีบอกโอ้โหรสชาติเหมือนกับที่ชิมตอนอายุ 12 เลย ฉันดูสภาพอ่างน้ำพุที่โดนกัดกร่อนจนทะลุและมีคราบสีน้ำตาลของธาตุเหล็กแล้วไม่อยากจะชิมด้วย แต่พอสามีบอกอร่อยมากเลยขอลองนิดหนึ่ง ปรากฏต้องบ้วนออกเลย เพราะฉันเป็นคนไม่ชอบดื่มน้ำที่มีแก๊ส คือรสชาติของน้ำจากน้ำพุนั้นเหมือนมีแก๊สธรรมชาติ จะมีความซ่าและความเปรี้ยว ฉันไม่ชอบน้ำดื่มรสแบบนี้ แต่หลายคนก็จะชอบว่ามันสดชื่นอย่างคุณสามีฉันเป็นต้น ที่เบลเยี่ยมนี้มีน้ำดื่มบรรจุขวดยี่ห้อ Spa จากเมืองนี้ขายอยู่ทั่วไปทั้งประเทศด้วย ซึ่งรสชาติก็เปรี้ยวๆ ซ่าๆ เหมือนกับน้ำพุนั่นแหละ

และไหนๆ ก็มาถึงเมืองนี้แล้ว เราจึงต้องลองไปแช่น้ำแร่บำบัดความเครียดเสริมสุขภาพกันหน่อย เพื่อนพาไปที่ Thermes de Spa ซึ่งก็เหมือนเวลล์เนสทั่วไปที่มีบ่อน้ำอุ่นมากมายหลายบ่อทั้งด้านในและด้านนอกอาคาร มีหัวน้ำเจ็ตหลายรูปแบบ มีห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ ครบทุกอย่างที่ควรจะมี เลือกได้ทั้งแบบที่จะใส่ชุดว่ายน้ำหรือไม่ใส่อะไรเลย โดยรวมก็นับว่าผ่อนคลายสบายใจใช้ได้แต่ฉันว่ามันขนาดใหญ่เกิน คนมากมายอัดแน่น ในห้องสตีมอบไอน้ำห้องซาวน่าก็นั่งเบียดกันเต็มไปหมด ฉันผู้ไม่ชอบคนเยอะก็จะเวียนหัวและรำคาญนิดหน่อย และบอกเลยว่าเวลล์เนสที่สวิตเซอร์แลนด์ดีกว่าหลายเท่าสิบเท่า เพราะทุกอย่างเป๊ะ สะอาด และออกแบบมาดีทั้งการใช้งานและดีไซน์ที่สวยงาม แต่พวกเพื่อนเบลเยี่ยมเขาก็แฮปปี้กับที่นี่กันมาก ฉันเลยคงต้องโทษตัวเองที่สปอยล์เสียคนไปแล้วจากประสบการณ์ประจำที่สวิตเซอร์แลนด์

แต่ถ้าใครได้มาเมือง Spa นี้ของเบลเยี่ยมฉันก็แนะนำให้มาเดินเที่ยวเล่นในเมือง และถ้ามีโอกาสก็ลองมาใช้เวลล์เนสของเขาดู อย่างไรก็ได้ขึ้นชื่อว่ามาถึงต้นกำเนิดของสปาแท้ๆ

ป.ล. เขาห้ามไม่ให้ถ่ายรูปในสปา เลยไม่ได้รูปข้างในมา

นอกจากชมเมืองเก่าและเข้าสปาต้นตำรับแล้ว เราก็ยังไปเดินเขาในป่าขอบเมือง Spa กันด้วย เราใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ สำหรับ 7 กิโลเมตร เดินไม่ยาก ส่วนมากจะเป็นทางราบ ขึ้นลงไม่มากเท่าในสวิตเซอร์แลนด์ สีสันสวยไปอีกแบบ ที่สวยมากคือแบบฟอร์มของต้นไม้ในป่า สวยเหมือนอย่างภาพวาด

แนะนำว่า หากใครได้ไปเบลเยี่ยมแล้วพอมีเวลา น่าจะจัดโปรแกรมนอกเหนือจาก Brussels Ghent Bruges สักนิดแล้วแวะมาเมือง Spa ต้นกำเนิดดู ถ้าเดินป่าและเข้าเวลล์เนสแลดูจะยากกินเวลาไปหน่อย ก็มาเดินเล่นชมเมืองเก่า “สปา” แท้ๆ แล้วกัน เบลเยี่ยมมีอะไรให้ชมอีกเยอะ

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY