วันนี้ฉันมีเส้นทางเดินเขาใหม่จะมาอวด เส้นนี้เดินไม่ยากเลย แต่ต้องรอหน้าร้อนอากาศดีจริงๆ เท่านั้น เพราะอยู่สูงขึ้นไปบนภูเขา และบนนั้นมีทะเลสาบจิ๋วน่ารักซ่อนอยู่ โอ้ย..ขึ้นไปเห็นแล้วหายเหนื่อยเลย

เส้นทางนี้อันที่จริงฉันหมายมั่นปั้นมือจะขึ้นไปเดินมาตั้งแต่ต้นหน้าร้อนแล้ว แต่กว่าดินฟ้าอากาศจะอำนวยก็ต้องรอถึงกลางหน้าร้อนที่อากาศร้อนตับแล่บ พอเช็คแล้วว่าอากาศข้างบนนั้นดีปั๊บ เราจึงต้องรีบจัดเลย จุดหมายของเราคือเมือง Linthal ในคันโตน Glarus ซึ่งต้องขับรถจากบ้านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ไปถึงสถานีรถรางไต่เขาคือ Braunwald-Standseilbahn ตรงสถานีรถรางนี้มีที่จอดรถเยอะเลยจึงสะดวกมาก จอดรถเสร็จซื้อตั๋วขึ้นรถรางไปไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงข้างบน

แล้วเริ่มเดินกันที่หมู่บ้าน Braunwald ที่ความสูง 1250 เมตรเหลือน้ำทะเล เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปทะเลสาบจิ๋ว Oberblegisee ระหว่างทางวิวภูเขาสวยมากๆ เส้นทางมีทั้งแบบที่เดินเข้าไปในป่า แบบเดินเลาะเลียบทางแคบๆ เกาะภูเขาสูงไป และเดินในทุ่งโล่ง แต่ทั้งหมดนับว่าเป็นการเดินที่ค่อนข้างง่ายระดับ T1 เพียงแต่เราต้องไต่ระดับขึ้นสูงทางจึงจะค่อนข้างชัน จึงนับว่าเดินง่ายแต่ค่อนข้างเหนื่อย

ก่อนถึงทะเลสาบเราแวะกินข้าวกลางวันเติมพลังกันก่อนที่ชาเล่ต์เล็กๆ บนเนินเขา อาหารเรียบง่ายมีไม่กี่อย่าง พวกสลัด ไส้กรอก แต่เขาตั้งใจทำ คนนั่งกินกันเยอะเลยเพราะบนนี้น่าจะเป็นร้านอาหารแห่งเดียวที่มี

พอร่างกายเติมพลังพร้อมเราก็เดินต่ออีกเพียง 20 นาทีก็ถึงทะเลสาบ Oberblegisee ที่ความสูง 1433 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โอ้ยน่ารักจริงๆ ทะเลสาบขนาดไม่ใหญ่ ด้านหนึ่งโอบด้วยหน้าผาหินสูง เราจึงเดินไปทางนั้นไม่ได้ แต่อีกฝั่งเป็นเนินลาดลงไปจนถึงขอบน้ำเหมือนชายหาด เราเดินลงน้ำไปได้เลย ด้านนี้มีคนมาปูผ้านั่งๆ นอนๆ บนสนามหญ้าเล่นน้ำและอาบแดดกันพอสมควร

เราเดินมาเหงื่อออกกำลังโชกตัวจึงลอกคราบกันบนสนามหญ้าริมตลิ่งแล้วกระโดดลงน้ำเลย ลงไปตอนแรกน้ำก็เย็นอยู่ เพราะมองขึ้นไปบนยอดเขาอีกฝั่งยังเห็นหิมะอยู่เลย แต่พอให้ร่างกายปรับตัวได้แล้วก็สบาย ใต้น้ำมีก้อนหินโตๆ น้ำใสสะอาดมากๆ ฉันยืนแช่น้ำจนหายร้อนอยู่พักหนึ่งเลย ส่วนสามีว่ายไปถึงอีกฝั่งของทะเลสาบที่ติดผนังภูเขาทีเดียว

จากนั้นเราก็ออกเดินต่อ ทีนี้เป็นทางเดินลงเสียมาก ใช้เวลา 40 นาทีก็มาถึงสถานีกระเช้าที่ Brunnenberg ซึ่งพาเรากลับลงมาในพื้นราบข้างล่าง จากนั้นก็ต้องเดินตัดหมู่บ้านมาขึ้นรถไฟที่สถานี Luchsingen เพื่อนั่งกลับมาที่สถานีรถกระเช้าที่เราจอดรถทิ้งเอาไว้ เป็นการเดินเขาที่เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางวงกลม ซึ่งรถไฟหรือกระเช้าที่ฉันพูดมาทั้งหมดนั้นรวมอยู่ในค่าตั๋วที่เราซื้อตั้งแต่ตอนแรกเลย  นับว่าสะดวกมาก

เราเดินกันไปทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้าไม่นับตอนหยุดกินข้าว ฉันจะเดินช้าเพราะชอบหยุดถ่ายรูป แต่คนอื่นเขาเดินกันได้ 3 ชั่วโมง ระยะทางที่เดินก็ประมาณ 9 กิโลเมตร และเส้นทางก็ไม่ยาก นับว่าเป็นเส้นทางที่กำลังดีทีเดียวสำหรับนักหัดเดินหรือสำหรับการพาเพื่อนที่มาเที่ยวแล้วอยากชมวิวสวยของสวิตเซอร์แลนด์ เพราะขับรถไปได้จากซูริค ใช้เวลาไม่มาก และไม่ยากเกินไป แต่มีข้อแม้เพียงอย่างเดียวคือไปได้แค่ช่วงกลางหน้าร้อนในวันที่อากาศดีเท่านั้น

ตอนที่เราจะกลับฉันเหลือบไปเห็นป้ายก่อนถึงที่จอดรถว่า บนเขาที่เราไปเดินมานั้นเป็นมรดกโลกยูเนสโกทางธรรมชาติด้วย คือ The Tectonic Arena Sardona ถึงกับต้องกลับมาค้นคว้าต่อเลย ปรากฏอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะมรดกโลกอันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรณีวิทยา คือประมาณว่า นักธรณีวิทยาเขาจะศึกษากันว่าภูเขานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เปลือกโลกมันเคลื่อนไหวอย่างไรจึงเป็นภูเขาได้ ทีนี้เนื่องจากเทือกเขา Alps นี้เป็นเทือกเขาที่เกิดขึ้นจากรอยต่อของแผ่นดินทวีปยุโรปและแอฟริกา เขาจึงมาศึกษาเทือกเขา Alps กันเยอะ และบนภูเขาที่เราไปเดินมานี้มีลักษณะพิเศษของชั้นหินเก่าและใหม่อย่างชัดเจนที่ทำให้นักธรณีวิทยาเข้าใจการเกิดของภูเขา สำหรับพวกเรานักท่องเที่ยวและนักเดินเขาจึงอาจจะไม่ค่อยรู้จักสถานที่แห่งนี้ นักแต่สำหรับนักธรณีวิทยาแล้วเขารู้จักกันอย่างดีเพราะถือเป็นที่ที่มาศึกษาหาความรู้กัน ฉันสรุปให้ฟังง่ายๆ สั้นๆ แบบคนไม่ค่อยรู้เรื่องธรณีวิทยาได้เท่านี้  เอาเป็นว่าใครชอบเดินเขาแบบไม่ใช่เส้นทางมหาชนแต่ก็ยังเดินไม่ยากเกินไปนัก เชิญปักหมุดไปที่ Oberblegisee ได้เลย

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY