วันนี้จะมารีวิวสายการบินน้องใหม่ AIRITALY ให้ฟัง เพราะคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยบิน จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูล

จริงๆมันก็ไม่ใช่สายการบินใหม่เสียทีเดียว แต่คือสายการบิน Meridiana ของอิตาลีเก่า ที่ถูกกลุ่มสายการบิน Qatar มาซื้อหุ้นไป 49% เมื่อไม่ถึงหนึ่งปีที่ผ่านมาและปรับโฉมรีแบรนด์ดิ้ง Meridiana ใหม่หมดกลายเป็น AIRITALY โดยมี hub ใหญ่อยู่เมืองมิลาน และตั้งใจจะเป็นสายการบินประจำชาติแทน Alitalia ให้ได้ ตอนที่ฉันหาตั๋วกลับกรุงเทพคราวนี้นั้น เจอตั๋วราคาดีมากชั้นธุรกิจ 50,000 กว่าบาทเท่านั้นแถมมีรหัสโปรโมชั่นช่วงนั้นลดลงไปอีก 10% เหลือเพียง 50,000 บาท แถมได้บินตรงยาวมิลาน-กรุงเทพ ฉันเพียงแค่ซื้อตั๋วระยะสั้นจากซูริกบินไปต่อเครื่องนี้ที่มิลานเท่านั้น ราคารวมแล้วอย่างไรก็ถูกมากๆ เครื่องที่ใช้เป็น Airbus A330-200 เก่าของสายการบิน Qatar ซึ่งฉันก็คุ้นเคยอยู่แล้ว ถึงเครื่องใหม่ของกาตาร์เองจะมีเก้าอี้ที่สบายและรู้หรากว่ารุ่นเก่ามาก แต่รุ่นเก่านี้ก็ยังนับว่าสบายกว่าสายการบินอื่นอีกเยอะ ที่สำคัญฉันชอบเครื่องขนาดเล็กมีเก้าอี้ไม่มาก ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวไม่อึดอัดและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงดีงามมากกว่าสายการบินที่มีเก้าอี้ชั้นธุรกิจเยอะๆถึง 50-60 เก้าอี้

และก็ถึงเวลาจะได้ทดสอบว่าสายการบินน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดเส้นทางมิลานกรุงเทพไม่นานนี้จะมีโอกาสสานฝันอย่างที่ตั้งใจหรือไม่ ตอนเช็กอินที่สนามบิน Malpensa พบว่าเคาน์เตอร์เช็กอินของ AIRITALY นี้มีมากมายขนาดใหญ่เป็นอาณาจักรสมศักดิ์ศรีที่มีฮับอยู่ที่นี่ทีเดียว แต่เนื่องจากเครื่องที่มาจากซูริกของฉันมาเร็ว ตอนมาถึงเขายังไม่ยอมเปิดให้เช็กอินแม้จะมีพนักงานมาทำงานบ้างแล้ว บอกว่าต้อง 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องออกจึงจะรับเช็คอิน ซึ่งฉันว่าอันนี้ทำให้ดูว่าไม่ค่อยขยันเท่าไหร่ จริงๆสายการบินอื่นโดยเฉพาะถ้าเป็นที่ฮับของตัวเองด้วยแล้วมักจะยอมให้เช็กอิน 4-5 ชั่วโมงล่วงหน้าก็ยังได้ แต่ไม่เป็นไรอันนี้ยังไม่เดือดร้อนมาก ให้อภัยไปก่อน

ทีนี้ก็ถึงเวลาสำรวจเลาจน์ ซึ่ง AIRITALY ยังไม่มีเป็นของตัวเอง อันนี้ก็ต้องบอกว่าไม่สมศักดิ์ศรีในการเป็นสายการบินที่ใช้มิลานเป็นฮับเลย ต้องไปใช้เลาจน์กลางที่ร่วมกับสายการบินอื่น ความสะดวกสบายก็นับว่าเป็นมาตรฐานทั่วไปไม่ได้มีอะไรประทับใจเป็นพิเศษ โต๊ะกินข้าวเรียงติดกันไปเหมือนโรงอาหาร โซฟามีให้นั่งไม่เยอะ ส่วนอาหารก็มีให้เลือกตักเองหลายอย่างแต่ก็เป็นอาหารง่ายๆ เช่นแซนด์วิช สลัด มี Polpette หรือมีทบอลล์อิตาเลียน ซึ่งปรากฏว่ามันเย็นมากจนไม่อร่อยเลยทั้งๆที่มันควรจะร้อน แต่เครื่องดื่มนั้นใช้ได้ เพราะมีทั้งแบบมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์หลายอย่างที่เป็นของอิตาเลียนแท้ สรุปคือเลาจน์นี้อยู่ในระดับกลาง ไม่ดีไม่เลวและไม่หรูหราน่าประทับใจอะไร

ทีนี้บนเครื่อง มาไล่กันทีละหัวข้อเลย

การบริการ

ต้องบอกว่าขึ้นมาถึงก็ได้การต้อนรับที่อบอุ่นและสุภาพจากพนักงานทุกคนทั้งชายและหญิง ฉันสังเกตว่าโปรโตคอลการบริการจะคล้ายกับสายการบินกาตาร์ เพอร์เซอร์มาแนะนำชื่อตัวเองกับผู้โดยสารทีละคน พนักงานที่บริการสามารถเรียกชื่อผู้โดยสารได้ และตลอดไฟลท์พนักงานทุกคนก็ทำให้ฟ้ารู้สึกอบอุ่นและดูเขาตั้งใจกันมาก แต่….

ขณะที่นั่งจิบแชมเปญก่อนเครื่องขึ้นนั้นเพอร์เซอร์ก็มาถามว่าพอเครื่องขึ้นแล้วจะนำเครื่องดื่ม Aperetif มาเสิร์ฟ จะรับอะไร ฉันเปิดดูรายการเครื่องดื่มมีมากมายน่าสนใจทีเดียว วันนั้นตั้งใจว่าจะออกแบบไฟลท์นี้ให้เป็นประสบการณ์แบบอิตาเลียนเต็มๆจึงเลือกสั่ง Mi-To หรือ Milano Torino ซึ่งเป็นค็อกเทลที่ใช้ส่วนผสมของ Campari กับ Vermouth อันเป็นเครื่องดื่มที่มีต้นกำเนิดในเมืองใหญ่ทั้งสอง มิลานและตูรินนั่นเอง พอถึงเวลาเสิร์ฟเพอร์เซอร์เดินมาบอกว่า ขอโทษเราไม่มีดริ๊งค์นี้ อ้าว ได้ไง!!! แปลกมาก นี่มันส่วนผสมพื้นฐานมาก และแถมยังเป็นเครื่องดื่มที่อิตาเลียนมากด้วย แต่ไม่เป็นไรเปลี่ยนไปสั่งอย่างอื่นที่อิตาเลียนพอกันก็ได้ จึงขอ Aperol Spritz ไป ปรากฏตอนมาเสิร์ฟเอ๊ะทำไมมันสีแดง ไม่ส้ม งง สงสัยว่าใส่ Campari มาแทน Aperol หรือเปล่า พอชิมดูจริงด้วย มันเป็น Campari ทีแรกว่าจะปล่อยไป แต่นึกแล้ว ไม่ได้ เราจะต้องทดสอบสายการบินน้องใหม่นี้ จะได้รู้กันไป จึงเรียกเพอร์เซอร์มาแล้วถามว่า ขอโทษนะคะไม่แน่ใจว่ามีการผิดพลาดในการทำเครื่องดื่มหรือเปล่า เพอร์เซอร์สะดุ้งแล้วบอกว่า พนักงานข้างในเป็นคนทำ แล้วกุลีกุจอรีบหยิบแก้ววิ่งกลับเข้าไปในครัว สักพักกลับมาใหม่เป็นสีส้ม แล้วขอโทษขอโพยมากใหม่อีกครั้ง ชิมดูคราวนี้ถูกต้อง ทั้งหมดนี้เพอร์เซอร์สุภาพและกุลีกุจอมากแต่ฉันก็ยังรู้สึกว่างานนี้ไม่เนี้ยบ เพราะหนึ่ง ตอนที่เธอถือแก้วมาไม่เห็นหรืออย่างไรว่ามันสีแดงไม่ใช่สีส้ม และสอง ทำไมพอโดนทัก คำพูดแรกจึงโบ้ยไปให้พนักงานในครัวก่อนเลยว่าเขาเป็นคนทำ

เก้าอี้

อย่างที่บอกว่าฉันคุ้นเคยกับกาตาร์อยู่แล้ว เก้าอี้นี้ก็เป็นมาตรฐานที่รู้จักคือโอเค เป็นเก้าอี้นั่งคู่ไม่ได้เป็นแบบที่แยกเดี่ยวมีความเป็นส่วนตัว 100% ปรับเอนราบได้ไม่ถึงกับ 180 องศาเสียทีเดียว แต่ฉันไม่เดือดร้อนเพราะตรงส่วนตัวนั้นราบยาวนอนได้สบาย ส่วนที่กระดกนิดหน่อยคือส่วนหัวเท่านั้น ช่องเก็บของต่างๆถึงไม่กว้างขวางอลังการอย่างเครื่องใหม่ๆแต่ก็เพียงพอใช้งาน ที่เกินความคาดหวังก็คือเขามีเบาะมาปูเตียงนอนให้ด้วย ตอนพอทานอาหารเสร็จเห็นว่าเราพร้อมจะพักผ่อนแล้วก็มาถามเลยว่าจะให้ปูเตียงให้ไหม ฉันบอกขอไปเข้าห้องน้ำก่อนและพอกลับมาเตียงก็ถูกปูและปรับนอนให้อย่างแลดูน่าสบายแล้ว อันนี้ได้แต้มไป แต่ปรากฏว่าตอนเครื่องจะลงกลับไม่มาช่วยเก็บเตียงให้เรา ต้องให้รื้อขึ้นมาม้วนๆและกองเอาไว้ที่พื้นเอง แหมได้แต้มไปแล้วก็มาเสียตอนจบ

Amenity

กระเป๋าสีขาวของ Fedon วางรอเอาไว้ให้เลยที่เก้าอี้ต้ังแต่ตอนเดินมาถึงแล้ว พอเปิดดูแหมจุ๋มจิ๋มมาก มีแค่ลิปมัน โลชั่นทามือ ชุดแปรงสีฟันยาสีฟัน ที่อุดหูและผ้าปิดตาเท่านั้น อุตส่าห์มีลีฟเลทเล็กๆแนะนำแบรนด์กระเป๋าและโลชั่นมา แต่ก็เป็นกระดาษที่ทำง่ายๆพับเบี้ยวๆ แหม ให้ของมาแค่นิดเดียวไม่ต้องเปลืองกระดาษแนะนำแบรนด์ก็ได้มั้ง

อ้อแต่เขาให้ชุดนอนใส่ถุงมาอย่างดีเหมือนกับของกาตาร์เลย และมีสลิปเปอร์เดินในบ้านเข้าชุดกันให้ด้วย

Entertainment

หนังมีให้เลือกดูไม่เยอะเลย น้อยมากจนแปลกใจ หนังที่มีก็ไม่ได้ใหม่มาก ปุ่มบังคับการก็เริ่มเก่าไปตามอายุเครื่อง สรุปว่าอันนี้ไม่ประทับใจถึงแม้ว่าจะได้ดูหนังสนุกไปสองเรื่องก็ตาม

อ้อแต่ที่ประทับใจคือเขามี WiFi ฟรีให้ใช้ด้วยนะ แค่ 60MB แต่ก็เล่นได้พอควรเลยล่ะ

อาหารและเครื่องดื่ม

ในเมนูเขียนบอกรายการอาหารมื้อหลักไว้เพียงแค่มื้อเดียว ไม่มีรายการของมื้อที่สองก่อนเครื่องลง แต่ว่าพนักงานมาอธิบายให้ฟังด้วยปากเปล่าว่าก่อนลงจะมีมื้อว่างประกอบด้วยอะไรบ้าง ซึ่งฉันยกเว้นมื้อที่สองนั้นไปไม่ได้ทาน ในมื้อหลักนั้นอาหารก็นับว่าใช้ได้ ฉันเลือกจานแรกเป็นสลัดกับกุ้ง มีน้ำสลัดน้ำมันมะกอกใส่ขวดจิ๋วให้มา ขนมปังให้เลือกหลายอย่าง แลดูคุณภาพดีแต่ฟ้าไม่ได้ทาน จานหลักเลือกพาสต้าพิเศษซึ่งเป็น Signature dish ของเขา เหมือนราวีโอลีไส้ชีสและมีซอสเห็ดราดมากับเกล็ดชีสพาเมชาน อันนี้อร่อยถูกใจเลย ส่วนจานปิดท้ายที่เป็นชีสกับผลไม้นั้นฉันกลับไม่ประทับใจเท่าไหร่ เพราะมีแค่สองอย่างเป็นบลูชีสกับชีส semi-hard อะไรซักอย่างมา ปกติชีสควรจะมีสักสี่อย่าง แต่ไวน์หวานที่เขาเสิร์ฟมากินด้วยกันนั้นอร่อยมาก เป็นไวน์จากบนเกาะซิซิลี ซึ่งแน่นอนฉันพยายามจะเลือกทานไวน์ทุกตัวที่เป็นของอิตาลี ซึ่งเขาก็มีให้เลือกเยอะอยู่

ระหว่างไฟลท์ในขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นนอนหลับกันเงียบในความมืด ฉันตื่นขึ้นมาดูหนังเพราะนอนไม่หลับ พนักงานก็เดินมาถามว่าอยากทานอะไรไหมแล้วชักชวนให้กินไอศครีม ว่าแล้วเขาก็ไปเอาไอศครีมรสเชอร์รี่เมอแรงก์มาให้ อันนี้ได้คะแนนความใส่ใจไป

เครื่องออกเดินทางและมาถึงตรงเวลาอย่างเรียบร้อยดี โดยสรุปแล้วสายการบินนี้ต้องบอกว่าอยู่ในระดับกลางๆ และเห็นว่ามีความตั้งใจอย่างมากและมีทัศนะวิสัยอยากจะทำอะไรให้แตกต่างได้คุณภาพเป็นเลิศ แต่ในวันที่สายการบินยังใหม่มากและอ่อนซ้อมขนาดนี้ ฝันนั้นยังไปไม่ถึง ความผิดพลาดยังมีอยู่ และตัวผลิตภัณฑ์เองก็ยังมีดีบ้างเลวบ้างปนกันไป สำหรับราคาที่ถูกมากเช่นนี้ฉันก็คิดว่าไม่รังเกียจที่จะบินซ้ำ เวลาบินยิงยาวสบาย ถึงจะไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายแต่ก็ได้มาตรฐานแบบสบายพอควร

จริงๆแล้วต้องบอกว่าอยากจะให้โอกาสลองอีกสักครั้งสองครั้งตอนที่ AIRITALY มีประสบการณ์มากกว่านี้ จะได้ฟันธงให้ชัดไปเลยว่า จะไปถึงฝันที่จะเป็นสายการบินแห่งชาติอิตาลีได้หรือไม่

NO COMMENTS