อย่างแรกต้องเกริ่นก่อนว่าฉันก็เหมือนคนไทยทั่วไปที่โตขึ้นมากับความคิดที่ไม่ค่อยปลื้มนักกับอินเดีย พูดถึงอินเดียก็มีแต่คนบ่นว่าสกปรก แขกพูดเร็วฟังไม่รู้เรื่อง ตัวเหม็น บ้านเมืองเหม็น อาหารเหม็นเครื่องเทศกินไม่ได้ ไม่อยากไป ไม่ไปเด็ดขาด ตอนเด็กๆฉันก็ฟังจนกลัวไปด้วยโดยที่ไม่เคยรู้เคยเห็นเอง

พอมาทำงานในช่วงสองสามปีแรก วันหนึ่งนายสั่งว่าให้ไปประชุมที่อินเดีย ฉันได้ยินแล้วแทบร้องไห้โฮออกมา แต่ด้วยความกลัวจึงได้แต่นั่งเงียบ ในหัวเริ่มคิดหาเหตุผลมาอ้างจะได้ไม่ต้องไป แต่นายก็คือนาย งานก็คืองาน ในที่สุดฉันก็ต้องไป ตลอดทั้งทริปฉันระวังตัวจนประสาทจะกลับ ไม่ยอมออกนอกเส้นทางไปไหนเลย เห็นแต่โรงแรมกับที่ทำงาน อินเดียครั้งแรกเห็นแค่นั้น พูดไม่ได้เลยว่าไปมาแล้ว

หลายปีผ่านไปเปลี่ยนตำแหน่งเปลี่ยนนาย ได้คำสั่งว่าให้ไปเมืองมุมไบที่อินเดียอีกเป็นครั้งที่สอง และครั้งนี้แหละที่อินเดียทำให้ฉันหลั่งน้ำตาเป็นครั้งแรก

แต่หนนี้มีเพื่อนร่วมงานไปด้วยหลายคน ฉันเลยกล้าซ่าขอชมเมืองบ้างนิดหน่อย ไปถึงล่วงหน้าประชุมหนึ่งวันวันอาทิตย์ น้องที่ไปด้วยเป็นเด็กอินเดียที่เกิดเมืองไทย อยากแวะไปเยี่ยมคุณป้าที่ไม่เจอกันมานานแล้ว เราเลยแห่ตามกันไปดูบ้านแขกแท้ๆที่ทัวร์ท่องเที่ยวไม่มีทางพาไปเห็น หลังจากกินน้ำชาแกล้มซาโมซ่าที่คนรับใช้เป็นชายล้วนเข้าครัวทำให้แล้ว คุณป้าก็ส่งเรากลับโดยให้คนขับรถมาส่ง กำชับไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางเพื่อความปลอดภัย แต่พอเราเห็นว่ามีคนท้องถิ่นดูแลก็ชักซ่า สั่งให้คนรถพาชมเมือง ด้วยความที่อยากเห็นอะไรที่เป็นพื้นเมืองแท้ฉันจึงบอกเขาว่าให้พาไปที่ที่เขาจะพาครอบครัวไปในเย็นย่ำวันอาทิตย์อย่างนี้แหละ อาบังยิ้มกว้างอย่างถูกใจส่ายหัวซ้ายขวาแล้วบึ่งรถปุเลงๆพาเราไปยังชายหาดจูฮูในบัดดล ตอนเราไปถึงนั้นเวลาประมาณหกโมงเย็น หาดใหญ่โค้งยาวนั้นแน่นขนัดไปด้วยแขกสะพรึ่บพรั่บหลากสีส่าหรี แต่ละครอบครัวนั่งล้อมวงปูเสื่อบนทรายรอบปิ่นโตจานชามอาหาร ยกมือเปิบกันอย่างเอร็ดอร่อยครึกครื้น เรียงติดกันเป็นพืดไปหมด แม้ในบริเวณจะมีซุ้มขายอาหารมากมายแต่เห็นได้ชัดว่าอีนี่ต่างหอบอาหารมาจากบ้านกันทั้งนั้น มันคงจะราคาถูกกว่าซื้อเขากิน ภาพที่เห็นนั้นคือบรรยากาศปิคนิคยามเย็นของชาวพื้นเมืองอินตะระเดียชนชั้นแรงงานนั่นเอง ผู้คนแลดูปอนๆ หาดเขรอะๆ น้ำทะเลขุ่นคลั่กสกปรกไม่มีใครกล้าแตะ ไม่มีที่นั่งห้องน้ำหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆในบริเวณ แต่บรรยากาศผู้คนดูมีความสุขกันเหลือเกิน เสียงหัวเราะและรอยยิ้มกระจายล้อมรอบตัว ฉันเดินไปยังบริเวณที่มีบรรดาเครื่องเล่นต่างๆ ได้ยินเสียงหัวเราะร้องกรี๊ดกร๊าดมาจากเรือไวกิ้งที่โยนตัวอยู่กลางอากาศจึงหยุดมองดู เดี๋ยวก่อน…. นั่นมันคือชายแขกผอมแกร็นสองคนนี่นาที่กำลังยืนแกว่งผลักหัวเรืออยู่คนละด้าน สลับกันผลักเรือที่เต็มไปด้วยคนสักสามสิบคนได้ให้ไกวไป สร้างความหวาดเสียวครื้นเครงจนกรีดร้องอย่างมีความสุข เรือไวกิ้งพลังมนุษย์แขก!

Juhu Beach. Photo credit: Lonely Planet

แต่ที่ต้องอ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือชิงช้าสวรรค์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นอาบังผอมเกร็งสองคนบังคับการโล้ชิงช้าโดยที่คนหนึ่งปีนกะไดที่แกนวงล้อจากพื้นขึ้นไปบนยอด พอถึงด้านบนสุดก็ใช้สองมือเกี่ยวโหนตะกร้าเก้าอี้ปล่อยเท้าห้อยต่องแต่งใช้น้ำหนักตัวเองถ่วงให้กงล้อหมุนลงสู่พื้น ขณะที่ชายคนแรกถึงบนยอดและเริ่มปล่อยตัวโหนลงมานั้น ชายคนที่สองที่พื้นก็เริ่มไต่บันไดขึ้นไปในแบบเดียวกัน เขากะจังหวะได้พอดีกันเป๊ะให้คนที่สองปีนขึ้นไปถึงยอดพร้อมกับที่คนแรกถ่วงโล้ชิงช้าลงมาแตะพื้น พอคนที่สองเริ่มโหนปล่อยตัวคนแรกก็ไต่กลับขึ้นไปใหม่ สลับกันเป็นจังหวะพอดิบพอดีรอบแล้วรอบเล่า แกว่งชิงช้าสร้างความบันเทิงด้วยพลังแขนและขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เกิดมาฉันก็ไม่คาดว่าจะได้เห็นชิงช้าสวรรค์พลังงานมนุษย์ มัวแต่ตะลึงมองด้วยความอัศจรรย์ใจอยู่พักใหญ่ ชายสองคนนั้นแต่ตัวด้วยเสื้อกางเกงผ้าฝ้ายขมุกขมอมที่คงเคยเป็นสีขาวเมื่อชาติที่แล้ว แต่เขามุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันไม่แสดงถึงความเหนื่อยยากเลย ผู้คนบนชิงช้าต่างล้วนดูมีความสุขไม่น้อยไปกว่าเวลาเราไปขึ้นเครื่องเล่นในสวนสนุกชื่อก้องโลกแม่แต่น้อย ณ.ขณะนั้น ฉันได้ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ไพเราะที่สุดในโลก มันก้องกังวาลไปทั้งหาดและมีแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มรอบตัวเต็มไปหมด ภาพแห่งความสุขนั้นเกิดขึ้นบนชิงช้าสวรรค์ที่ละล่องลอยทาทับบนฉากเงาสีส้มดำยามตะวันยอแสง มันช่างสวยงามเหลือเกิน และฉันก็นึกรู้ได้ทันทีว่า ความสุขนั้นมันหาได้ง่ายๆอย่างไม่ต้องจ่ายเงินแพงๆเสมอไป จริงๆแล้วความขัดสนนี่แหละเป็นตัวที่บันดาลให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการให้ได้มาซึ่งความสุข ไม่ว่าจะมีหรือจน ก็มีความสุขได้เท่าๆกันจากสิ่งที่เหมือนกัน จะพลังคนหรือพลังไฟฟ้ามันก็ชิงช้าสวรรค์ที่ไกวไปได้เหมือนกัน และตรงที่แสงสุดท้ายเมื่อตะวันลับไปนั้นเอง น้ำตาของฉันก็ไหลริน อินเดียได้คั้นน้ำตาของฉันให้หลั่งออกมา พร้อมด้วยรอยยิ้มบนแก้มและปัญญาที่เกิดบนหาดจูฮู

(ต่อสัปดาห์หน้านะคะ ขอไปเช็ดน้ำตาก่อน)

1 COMMENT

  1. สุขที่แท้จริง ไร้การเติมแต่งครับ

Comments are closed.