Thursday, October 22, 2026
Switzerland

Switzerland

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์แบบที่คนอยู่สวิตฯเที่ยว

ในวันเสาร์สบายๆที่อากาศแสนจะดีของฤดูใบไม้ผลิ คนสวิสชอบที่จะออกไปเดินเล่นชมธรรมชาติและเมืองเก่าไม่ไกลบ้าน ฉันก็อดที่จะหาเมืองเล็กๆใกล้ๆไปเดินทอดน่องสำรวจสบายๆไม่ได้เช่นกัน ที่ไหนๆก็ไปมาหมดแล้วเลยมาลองดูว่าเมืองเล็กเมืองน้อยริมแม่น้ำไรน์ที่กั้นเขตแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนีนี่แหละเรายังไม่ค่อยได้สำรวจเท่าไหร่ ลองไปดูเมืองเล็กที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยไปกันดีกว่า มาจบลงที่เมือง Rheinfelden และ Laufenburg นั่นเอง

ฉันอยู่สวิตเซอร์แลนด์มา 12 ปี เที่ยวมาก็เยอะ ถ้าถามว่าชอบภาคไหนของสวิตฯที่สุด ตอบได้ไม่ลังเลเลยว่า คือคันโตน Ticino ทางใต้ที่พูดภาษาอิตาเลี่ยนนั่นเอง ถ้ามีโอกาสฉันจึงพยายามไปเที่ยวภาคนี้ อย่างเช่นทริปที่ได้ไปเจาะลึกเที่ยวในบริเวณหุบเขา Vallemaggia มา

ในสวิตเซอร์แลนด์นี้ทุกปีจะมีการลงคะแนนกัน ว่าเมืองที่สวยที่สุดของประเทศประจำปีคือเมืองอะไร สำหรับปี 2016 นั้น Morcote เมืองที่ตั้งอยู่ในภาค Ticino อันใช้ภาษาอิตาเลียนเป็นหลักนั้น คือเมืองที่ได้มงกุฎไปครอง

เรื่องเดินเขากับคนสวิสนี่เหมือนจะเป็นของคู่กันอย่างแยกไม่ออก การเดินเข้าไปในป่าในภูเขานี่เสมือนเป็นวิถีชีวิตประจำวันของคนสวิสทีเดียวเชียว สำหรับฉันที่ย้ายมาอยู่สวิตเซอร์แลนด์ได้ไม่ถึงสิบปี มาแรกๆก็ไม่เข้าใจว่าจะเดินอะไรกันนักหนา ไม่เหนื่อยไม่เบื่อเหรอ มันมีอะไรให้ดูขนาดนั้น แต่พออยู่ๆไป ได้ไปเดินจากที่ง่ายๆสั้นๆก็เพิ่มเป็นนานขึ้นยาวขึ้น เดี๋ยวนี้ติดเดินป่าเดินเขาเหมือนคนสวิสไปแล้วอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เข้าใจแล้วว่ามันสดชื่นมาก เป็นการออกกำลังผสมการท่องเที่ยวไปพบเห็นบรรยากาศใหม่ๆหมู่บ้านใหม่ๆในหนึ่งเดียว ได้ทั้งเที่ยวทั้งแข็งแรง เป็นการบริหารทั้งกายและใจ เดี๋ยวนี้จึงขยันสรรหาสถานที่เดินใหม่ๆที่ไม่เคยไปและออกเดินปีละหลายสิบครั้งไม่ว่าฤดูร้อนหรือฤดูหนาว

Glorenza หรือ Glurns ในภาษาเยอรมันเป็นเมืองเล็กๆหรืออันที่จริงน่าจะเป็นเพียงแค่ตำบลมากกว่า เพราะมีขนาดจิ๋วเพียงแค่ 13 ตารางกิโลเมตรและมีพลเมืองอยู่ไม่ถึง 900 คนเท่านั้นเอง ตั้งอยู่ในจังหวัด South Tyrol ของเขต Trentino-Alto Adige ประเทศอิตาลี และอยู่ติดกับชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ เรียกว่าไกลปืนเที่ยงมากๆและไม่น่าจะมีคนเคยได้ยินชื่อเมืองนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าใครได้แวะไปแล้วจะตกใจในความน่ารักทีเดียว

โรงแรมที่ฉันพักเมื่อคืนน่าจะเป็นโรงแรมที่ประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งที่เคยนอนมาเลยทีเดียว ชื่อของโรงแรมคือ Null Stern Hotel แปลเป็นไทยว่า โรงแรมที่มีศูนย์ดาว หรือโรงแรมที่ไม่มีดาว เนื่องจากโรงแรมนี้ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีผนัง ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีเพดาน มีแต่เตียงตั้งอยู่กลางแจ้งโล่งๆโดดเดี่ยว ถ้าจะให้คะแนนเป็นดาวกันก็คงเป็นศูนย์แน่นอน แต่เป็นเตียงที่นอนแล้วรับรองได้ว่าเห็นดาวเป็นล้านดวงเลย

หมู่บ้านน่ารักแบบในนิทานนี่มีซุกซ่อนอยู่มากมายจริงๆในสวิตเซอร์แลนด์ ไม่รู้อีกกี่ปีจึงจะได้ไปเยือนจนครบ ไปเที่ยวคันโตน Valais หรือ Wallis คราวนี้ฉันตั้งใจไปสำรวจหมู่บ้านจิ๋วที่ชื่อว่า Grimentz โดยเฉพาะ เราต้องขับรถคดเคี้ยวเข้าไปในหุบเขาระหว่างภูเขาที่ขนาบสองด้าน วกวนและสูงขึ้นไปเรื่อยๆเหมือนกับกำลังเจาะเข้าไปในดินแดนลึกลับ

เส้นทางคดเคี้ยวหักศอกหลายทบที่พับผ่านไปบนภูเขาสูงระหว่างคันโตน Bern และ Valais ของสวิตเซอร์แลนด์นี้ มีชื่อเรียกกันว่า Grimselpass ในหน้าหนาวเส้นทางนี้จะถูกตัดขาดด้วยหิมะ แต่ในหน้าร้อนจะเป็นที่ท่องเที่ยวชมวิวและเดินเขาของคนในสวิตฯอันเป็นที่นิยมแห่งหนึ่ง ด้วยความสวยงามและสารพัดกิจกรรมทัวร์ที่มีให้เลือกชมได้ทั้งครอบครัว

Vals หมู่บ้านจิ๋วแห่งนี้มีของดีสองอย่าง อย่างแรกคือน้ำแร่ซึ่งนำมาบรรจุขวดเป็นน้ำดื่มยี่ห้อ Valser ขายไปทั่วประเทศ อีกอย่างคือหินสีเทาเข้มมีประกายวาววับเหมือนกับเพชรฝังแทรกอยู่ในเนื้อที่เรียกว่า Valserstein แต่สำหรับฉันนั้นสิ่งที่เป็นของดีสุดยอดเลย ก็คือ Wellness ที่อยู่ในโรงแรมใหญ่ของเมืองชื่อ 7132 ฉันไปเวลล์เนสส์มาก็เยอะ ขอฟันธงเลยว่าที่นี่แหละเหนือฟ้าที่สุดแล้วในสวิตเซอร์แลนด์ เหนือฟ้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งกว่าเวลล์เนสส์ชื่อดังที่ใครๆก็เคยได้ยิน

เมื่อวันอาทิตย์ฉันไปเดินเขากับเพื่อนมาที่ Muotathal ในคันโตน Schwyz ของสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เวลาเดินทั้งหมด 3 ชั่วโมง เดินไปสักพักก็รู้สึกแปลกตาแปลกใจกับพืชพันธุ์ไม้และลักษณะภูมิทัศน์ เพราะพันธุ์ไม้ทั้งหลายนั้นแลดูมีหลายประเภทจากหลายภูมิอากาศปนกันไปหมด เราจึงสันนิษฐานกันว่าบริเวณนี้ในสมัยโบราณน่าจะเคยเป็นธารน้ำแข็งมาก่อน กดหาข้อมูลอ่านจึงได้รู้เพิ่มเติมว่าบริเวณแห่งนี้มีถ้ำอยู่ใต้ดินชื่อ Hölloch มีความยาวถึง 200 กิโลเมตรทีเดียว เป็นถ้ำที่ยาวที่สุดในสวิตฯและยาวเป็นอันดับสองของยุโรปเลย