Saturday, March 7, 2026
Switzerland

Switzerland

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์แบบที่คนอยู่สวิตฯเที่ยว

เมื่อสองปีก่อนฉันมาเที่ยวเมือง Crans Montana และได้ขึ้นไปพักบนโรงแรมที่อยู่สูงบนยอดเขา ตอนเดินบนภูเขานั้นมองข้ามหุบเขาไปยังภูเขาอีกลูกฝั่งตรงข้ามก็เห็นอ่างเก็บน้ำหนึ่งชัดเจน มีสันเขื่อนคอนกรีตสูงลิบลิ่วและบ่อน้ำเป็นสีฟ้า แลดูสวยยั่วตายั่วใจมาก แต่ตอนนั้นไม่สามารถเดินไปได้เนื่องจากมีดินถล่มระหว่างภูเขา วันนี้ได้จังหวะเหมาะจึงจัดทริปมาเดินเล่นรอบทะเลสาบ Tseuzier สมใจ

ปีนี้เพื่อนพาไปชมปราสาทเก่าอายุราว 900 ปีชื่อ Oron Castle หรือในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Château d'Oron เป็น Swiss Inventory of Cultural Property of National Significance หรือมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติสวิตฯด้วย

Vals หมู่บ้านจิ๋วแห่งนี้มีของดีสองอย่าง อย่างแรกคือน้ำแร่ซึ่งนำมาบรรจุขวดเป็นน้ำดื่มยี่ห้อ Valser ขายไปทั่วประเทศ อีกอย่างคือหินสีเทาเข้มมีประกายวาววับเหมือนกับเพชรฝังแทรกอยู่ในเนื้อที่เรียกว่า Valserstein แต่สำหรับฉันนั้นสิ่งที่เป็นของดีสุดยอดเลย ก็คือ Wellness ที่อยู่ในโรงแรมใหญ่ของเมืองชื่อ 7132 ฉันไปเวลล์เนสส์มาก็เยอะ ขอฟันธงเลยว่าที่นี่แหละเหนือฟ้าที่สุดแล้วในสวิตเซอร์แลนด์ เหนือฟ้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งกว่าเวลล์เนสส์ชื่อดังที่ใครๆก็เคยได้ยิน

โรงแรมที่ฉันพักเมื่อคืนน่าจะเป็นโรงแรมที่ประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งที่เคยนอนมาเลยทีเดียว ชื่อของโรงแรมคือ Null Stern Hotel แปลเป็นไทยว่า โรงแรมที่มีศูนย์ดาว หรือโรงแรมที่ไม่มีดาว เนื่องจากโรงแรมนี้ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีผนัง ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีเพดาน มีแต่เตียงตั้งอยู่กลางแจ้งโล่งๆโดดเดี่ยว ถ้าจะให้คะแนนเป็นดาวกันก็คงเป็นศูนย์แน่นอน แต่เป็นเตียงที่นอนแล้วรับรองได้ว่าเห็นดาวเป็นล้านดวงเลย

กิจกรรมคลายร้อนในหน้าร้อนอย่างหนึ่งที่สนุกมากๆของคนสวิสก็คือการว่ายน้ำในแม่น้ำ ว่ายน้ำในทะเลสาบก็ว่าเด็ดแล้ว แต่บอกเลย.. ว่ายในแม่น้ำนี้แจ๋วกว่าเยอะเลย เพราะมันเป็นการปล่อยตัวให้กระแสน้ำไหลพาล่องไป พอถึงปลายน้ำก็ปีนขึ้นตลิ่งเดินกลับไปต้นน้ำแล้วกระโดดลงน้ำใหม่ วนไปแบบนี้จนกว่าจะพอใจหรือเหนื่อยหมดแรง

Glorenza หรือ Glurns ในภาษาเยอรมันเป็นเมืองเล็กๆหรืออันที่จริงน่าจะเป็นเพียงแค่ตำบลมากกว่า เพราะมีขนาดจิ๋วเพียงแค่ 13 ตารางกิโลเมตรและมีพลเมืองอยู่ไม่ถึง 900 คนเท่านั้นเอง ตั้งอยู่ในจังหวัด South Tyrol ของเขต Trentino-Alto Adige ประเทศอิตาลี และอยู่ติดกับชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ เรียกว่าไกลปืนเที่ยงมากๆและไม่น่าจะมีคนเคยได้ยินชื่อเมืองนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าใครได้แวะไปแล้วจะตกใจในความน่ารักทีเดียว

ฉันชอบสะพานแขวนเอามากๆ และในที่สุดก็ได้ไปเดินสะพานแขวนนี้สมใจหลังจากที่วางแผนและจดจ้องให้อากาศดีท้องฟ้าเปิดมาสองปี สะพานนี้คือ Peak Walk by Tissot ที่ Glacier 3000 ใกล้เมือง Les Diablerets จะไปถึงได้ต้องขับรถไต่เขาคดเคี้ยววกวนจากเมือง Montreux ไปพอสมควร จากนั้นต้องนั่งกระเช้าแขวนขึ้นภูเขาไปสองกระเช้าจึงจะถึงด้านบนที่ความสูง 3000 เมตรเหนือน้ำทะเล

หน้าหนาวปีนี้หิมะน้อยมากๆ ปีที่แล้วฉันยังติดใจการเดิน Winter hike อยู่แต่ปีนี้กลับไม่ได้ไปเดินเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่ก็เริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วหิมะจะไม่เหลืออยู่แล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงหาที่ไปเดินเสียหน่อย เราขับรถจากบ้านไป 1 ชั่วโมงก็ถึง Melchsee-Frutt ทั้งๆที่ใกล้ขนาดนี้กลับไม่เคยไปเลย ระหว่างทางทิวทัศน์ภูเขามีแต่สีน้ำตาลไม่มีความขาวเลย ยังนึกว่าจะมีหิมะเหลืออย่างที่ดูจากกล้องมาแล้วจริงหรือ

หมู่บ้านน่ารักแบบในนิทานนี่มีซุกซ่อนอยู่มากมายจริงๆในสวิตเซอร์แลนด์ ไม่รู้อีกกี่ปีจึงจะได้ไปเยือนจนครบ ไปเที่ยวคันโตน Valais หรือ Wallis คราวนี้ฉันตั้งใจไปสำรวจหมู่บ้านจิ๋วที่ชื่อว่า Grimentz โดยเฉพาะ เราต้องขับรถคดเคี้ยวเข้าไปในหุบเขาระหว่างภูเขาที่ขนาบสองด้าน วกวนและสูงขึ้นไปเรื่อยๆเหมือนกับกำลังเจาะเข้าไปในดินแดนลึกลับ

ทริปนี้เป็นทริปเที่ยวประจำปีของกลุ่มร้องเพลงของผู้ชายในหมู่บ้าน สามีฉันเป็นสมาชิกร้องเพลงอยู่ในกลุ่มนี้จึงได้รับเชิญให้ไปด้วย กลุ่มร้องเพลงที่เรียก Männerchor นี้ เป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัวที่ในโลกนี้น่าจะมีเหลืออยู่แต่ในสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้นที่ยังรวมตัวกันอย่างจริงจังแบบนี้ และบางทีเขาก็จัดทริปไปเที่ยวด้วยกันประจำปี ปีนี้ฉันได้ไปกับเขาด้วยที่ Tannheim ในออสเตรีย