Saturday, March 7, 2026

Latin America

ท่องเที่ยวในละตินอเมิรกา

Oaxaca อ่านว่า “วาฮะค่ะ” เป็นเมืองหนึ่งในเม็กซิโกที่ฉันฝันใฝ่มาตั้งแต่ 20กว่าปีที่แล้วว่าอยากจะมาให้ได้ เหตุผลตอนแรกก็ไม่มีสาระอะไรมากไปกว่าชื่อของเมืองที่ฟังดูเอ็กโซติกดี ฟังแลดูเป็นอินเดียน ซึ่งก็เป็นจริงดังนั้นเพราะนี่คือเมืองของเม็กซิโกซึ่งมีพลเมืองพื้นเมืองอยู่มากที่สุดเมืองหนึ่ง

เม็กซิโกมีเมืองที่เป็นเมืองมรดกโลก UNESCO อยู่กว่าสิบเมือง นับว่าเยอะมากๆ หลายเมืองอยู่ในเขต Colonial Heartland ใจกลางประเทศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลที่ฉันหลงใหล ในเขตนี้ เมืองที่ฉันไปชมมาก็คือ San Miguel de Allende, Guanajuato และ Querétaroเมืองโคโลเนียลเล็กๆสีแสบในละตินอเมริกานี่แหละ เป็น“ที่”ของเหนือฟ้าแท้ๆ ชนิดที่ว่า ไม่มีการเดินทางไปเมืองแบบไหนที่จะทำให้ฉันมีความสุข ลงตัว เต็มอิ่ม ได้อย่างนี้อีกแล้ว

ที่นอกเมืองเม็กซิโกซิตี้นี้มีจุดท่องเที่ยวอยู่จุดหนึ่งซึ่งเหมือนกับว่านักท่องเที่ยวทุกคนต้องมา ปกติที่แบบนี้ฉันจะไม่ตื่นเต้นนัก นึกว่าคงจะเหมือนสถานที่ดักนักท่องเที่ยวทั่วไป และอารมณ์น่าจะคล้ายกับตลาดน้ำดำเนินสะดวกอะไรประมาณนั้น จะดื่นๆปลอมๆหรือเปล่า แต่มาถึงแล้วก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา ปรากฎว่ามันดีเกินคาด!นั่นคือที่ๆชื่อว่า Xochimilco นั่นเอง มันคือการไปนั่งเรือท้องแบนสีสันแซ่บแสบทรวงให้คนถ่อไปในลำคลอง ดูคนปาร์ตี้เปิดเพลงดื่มกินกันไปในเรือ ทั้งคลองเต็มไปด้วยเรือสีแสบสดใส ได้อารมณ์ Mexico มากๆ

คาริย็อคค่า (Carioca) หรือคนเมืองริโอภูมิใจอย่างเหลือเกินว่า  ริโอเดอจาเนโรคือเมืองที่สวยที่สุดในโลก  สวยจนมีคำกล่าวว่า  ริโอเป็นเมืองของพระเจ้า  จะเป็นด้วยแรงศรัทธาในพระเจ้าของชาวเมืองแห่งประเทศที่มีพลเมืองคาธอลิกมากที่สุดในโลกนี้  หรือด้วยความภูมิใจในความงามของริโอ  หรือจะทั้งสองอย่างรวมกันก็ตามแต่  เหนือยอดเขา Corcovado ที่สูงเด่นเห็นได้จากทุกมุมเมือง  คือความในใจนี้ที่คาริย็อคค่าประกาศให้โลกรู้  รูปปั้นพระเยซู Christ the Redeemer สูง 38 เมตร กางพระหัตถ์ออกตรงเป็นรูปไม้กางเขน  ก้มพระพักตร์อันสงบและปรานีลงน้อยๆ  ประหนึ่งจะเฝ้าปกปักรักษาดูแลเมืองริโอและคาริย็อคค่าทุกคนไว้ในอ้อมอกไม่ว่าวันหรือคืน  และแรงศรัทธานี้ยังได้ประกาศตัวเป็นครั้งที่สอง  เมื่อ Christ the Redeemer ได้ถูกรับรองเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่เมื่อปี 2007

Tulum ชื่อนี้หมายมั่นปั้นมือเอาไว้นับ 10 ปีแล้วว่าจะต้องมาดูให้รู้ให้เห็นให้ได้ ก็เขาว่ามันเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลของเม็กซิโกที่เกิดใหม่ จากหาดดิบๆไม่มีอะไร กลายมาเป็นศูนย์รวมของความฮิปเก๋ชนิดที่เอลิสต์ทั้งหลายต้องมากัน

ตอนที่ฉันไป Antarctica ทวีปแห่งขั้วโลกใต้นั้น เราต้องบินจากเมืองบัวโนสไอเรสที่อาร์เจนตินาไปขึ้นเรือ ที่เมือง Ushuaia ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ที่สุดของโลก อันมีสโลแกนว่า Fin del Mundo หรือ End of the world

การมาเที่ยวคอสตาริก้า คือการเที่ยวธรรมชาติล้วนๆ ไม่ว่าจะลุยป่า ปีนเขา ชมสัตว์ เล่นน้ำตก ปีนภูเขาไฟ นอนริมหาด ทำโยคะ และมีกิจกรรมตื่นเต้นใกล้ชิดธรรมชาติให้ทำเช่น ล่องแก่ง Zip lining สโลแกนของประเทศนี้คือ Pura Vida หรือ Pure life จึงเหมาะสมเป็นที่สุด

นิคารากัวเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงกันมากนักในแง่การท่องเที่ยว แต่ประเทศเล็กๆที่มีพลเมืองเพียง 6 ล้านคนนี้ก็เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกากลาง เมื่อครั้งที่ฉันวางแผนไปเที่ยวประเทศ Costa Rica ก็เกือบจะข้ามนิคารากัวไปแล้ว แต่พอเข้าไปศึกษาดูแล้วก็บอกตัวเองเลยว่า นี่แหละ ประเทศแบบเหนือฟ้าของฉัน! ฉายาของประเทศนี้ก็คือ "The land of lakes and volcanoes"

Caracol ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูนักท่องเที่ยวบ้านเรานัก แต่มันคืออาณาจักรโบราณของอารยธรรมมายาที่เคยรุ่งเรืองและมีความสำคัญสูงสุดทีเดียว อาณาบริเวณกินพื้นที่ถึง 200 ตารางกิโลเมตร เคยมีพลเมืองอาศัยถึงหนึ่งแสนคน ซึ่งนับว่ามีขนาดใหญ่กว่า Belize City เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเบลิซในปัจจุบันเสียอีก!

ความรักความชอบคนเรานั้นบางครั้งมันก็ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย สำหรับฉันนี่ไม่รู้เป็นอะไร Buenos Aires เมืองหลวงของอาร์เจนตินาแห่งนี้จึงมีมนต์เสน่ห์จับใจมาตลอด ตั้งแต่ก่อนมาครั้งแรกก็หลงใหลอยากมาเหลือเกิน ได้มาครั้งแรกก็ตกหลุมรักเต็มตัว มาครั้งที่สองก็รักยิ่งขึ้นไปอีก นี่มาครั้งที่สามแล้วก็ยังรักอยู่ ทั้งที่เมืองหลวงแห่งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความสวยงามดีเลิศไปทุกอย่าง มันปนเปกันระหว่างความรุ่งเรืองในอดีตกับความช้ำชอกในปัจจุบัน ความร่ำรวยในสมัยก่อนกับความแร้นแค้นในสมัยนี้ แต่คงจะเป็นเพราะความขัดแย้งระหว่างอดีตกับปัจจุบันหรือความหวานปนเศร้าที่แยกออกจากกันไม่ได้แบบนี้ละมัง ที่มีเสน่ห์มัดใจฉันจนอยู่หมัดแบบนี้