Thursday, July 23, 2026

Latin America

ท่องเที่ยวในละตินอเมิรกา

เม็กซิโกซิตี้เป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆของโลกด้วยจำนวนพลเมืองร่วมสิบล้านคน ถ้านับชานเมืองโดยรอบด้วยก็ 20 กว่าล้าน ขึ้นชื่อว่ารถติดมากที่สุดในโลกเมืองหนึ่งไม่น้อยหน้ากรุงเทพฯ ชื่อเสียงเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ดี หลังๆมีข่าวนักท่องเที่ยวได้รับอันตรายค่อนข้างบ่อย ใครรู้ว่าฉันไปลุยมาหลายวันก็มาถามกันใหญ่ว่าน่ากลัวไหม

เม็กซิโกมีเมืองที่เป็นเมืองมรดกโลก UNESCO อยู่กว่าสิบเมือง นับว่าเยอะมากๆ หลายเมืองอยู่ในเขต Colonial Heartland ใจกลางประเทศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลที่ฉันหลงใหล ในเขตนี้ เมืองที่ฉันไปชมมาก็คือ San Miguel de Allende, Guanajuato และ Querétaroเมืองโคโลเนียลเล็กๆสีแสบในละตินอเมริกานี่แหละ เป็น“ที่”ของเหนือฟ้าแท้ๆ ชนิดที่ว่า ไม่มีการเดินทางไปเมืองแบบไหนที่จะทำให้ฉันมีความสุข ลงตัว เต็มอิ่ม ได้อย่างนี้อีกแล้ว

Oaxaca อ่านว่า “วาฮะค่ะ” เป็นเมืองหนึ่งในเม็กซิโกที่ฉันฝันใฝ่มาตั้งแต่ 20กว่าปีที่แล้วว่าอยากจะมาให้ได้ เหตุผลตอนแรกก็ไม่มีสาระอะไรมากไปกว่าชื่อของเมืองที่ฟังดูเอ็กโซติกดี ฟังแลดูเป็นอินเดียน ซึ่งก็เป็นจริงดังนั้นเพราะนี่คือเมืองของเม็กซิโกซึ่งมีพลเมืองพื้นเมืองอยู่มากที่สุดเมืองหนึ่ง

คาริย็อคค่า (Carioca) หรือคนเมืองริโอภูมิใจอย่างเหลือเกินว่า  ริโอเดอจาเนโรคือเมืองที่สวยที่สุดในโลก  สวยจนมีคำกล่าวว่า  ริโอเป็นเมืองของพระเจ้า  จะเป็นด้วยแรงศรัทธาในพระเจ้าของชาวเมืองแห่งประเทศที่มีพลเมืองคาธอลิกมากที่สุดในโลกนี้  หรือด้วยความภูมิใจในความงามของริโอ  หรือจะทั้งสองอย่างรวมกันก็ตามแต่  เหนือยอดเขา Corcovado ที่สูงเด่นเห็นได้จากทุกมุมเมือง  คือความในใจนี้ที่คาริย็อคค่าประกาศให้โลกรู้  รูปปั้นพระเยซู Christ the Redeemer สูง 38 เมตร กางพระหัตถ์ออกตรงเป็นรูปไม้กางเขน  ก้มพระพักตร์อันสงบและปรานีลงน้อยๆ  ประหนึ่งจะเฝ้าปกปักรักษาดูแลเมืองริโอและคาริย็อคค่าทุกคนไว้ในอ้อมอกไม่ว่าวันหรือคืน  และแรงศรัทธานี้ยังได้ประกาศตัวเป็นครั้งที่สอง  เมื่อ Christ the Redeemer ได้ถูกรับรองเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่เมื่อปี 2007

ที่นอกเมืองเม็กซิโกซิตี้นี้มีจุดท่องเที่ยวอยู่จุดหนึ่งซึ่งเหมือนกับว่านักท่องเที่ยวทุกคนต้องมา ปกติที่แบบนี้ฉันจะไม่ตื่นเต้นนัก นึกว่าคงจะเหมือนสถานที่ดักนักท่องเที่ยวทั่วไป และอารมณ์น่าจะคล้ายกับตลาดน้ำดำเนินสะดวกอะไรประมาณนั้น จะดื่นๆปลอมๆหรือเปล่า แต่มาถึงแล้วก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา ปรากฎว่ามันดีเกินคาด!นั่นคือที่ๆชื่อว่า Xochimilco นั่นเอง มันคือการไปนั่งเรือท้องแบนสีสันแซ่บแสบทรวงให้คนถ่อไปในลำคลอง ดูคนปาร์ตี้เปิดเพลงดื่มกินกันไปในเรือ ทั้งคลองเต็มไปด้วยเรือสีแสบสดใส ได้อารมณ์ Mexico มากๆ

Tulum ชื่อนี้หมายมั่นปั้นมือเอาไว้นับ 10 ปีแล้วว่าจะต้องมาดูให้รู้ให้เห็นให้ได้ ก็เขาว่ามันเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลของเม็กซิโกที่เกิดใหม่ จากหาดดิบๆไม่มีอะไร กลายมาเป็นศูนย์รวมของความฮิปเก๋ชนิดที่เอลิสต์ทั้งหลายต้องมากัน

ตอนที่ฉันไป Antarctica ทวีปแห่งขั้วโลกใต้นั้น เราต้องบินจากเมืองบัวโนสไอเรสที่อาร์เจนตินาไปขึ้นเรือ ที่เมือง Ushuaia ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ที่สุดของโลก อันมีสโลแกนว่า Fin del Mundo หรือ End of the world

ความรักความชอบคนเรานั้นบางครั้งมันก็ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย สำหรับฉันนี่ไม่รู้เป็นอะไร Buenos Aires เมืองหลวงของอาร์เจนตินาแห่งนี้จึงมีมนต์เสน่ห์จับใจมาตลอด ตั้งแต่ก่อนมาครั้งแรกก็หลงใหลอยากมาเหลือเกิน ได้มาครั้งแรกก็ตกหลุมรักเต็มตัว มาครั้งที่สองก็รักยิ่งขึ้นไปอีก นี่มาครั้งที่สามแล้วก็ยังรักอยู่ ทั้งที่เมืองหลวงแห่งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความสวยงามดีเลิศไปทุกอย่าง มันปนเปกันระหว่างความรุ่งเรืองในอดีตกับความช้ำชอกในปัจจุบัน ความร่ำรวยในสมัยก่อนกับความแร้นแค้นในสมัยนี้ แต่คงจะเป็นเพราะความขัดแย้งระหว่างอดีตกับปัจจุบันหรือความหวานปนเศร้าที่แยกออกจากกันไม่ได้แบบนี้ละมัง ที่มีเสน่ห์มัดใจฉันจนอยู่หมัดแบบนี้

การมาเที่ยวคอสตาริก้า คือการเที่ยวธรรมชาติล้วนๆ ไม่ว่าจะลุยป่า ปีนเขา ชมสัตว์ เล่นน้ำตก ปีนภูเขาไฟ นอนริมหาด ทำโยคะ และมีกิจกรรมตื่นเต้นใกล้ชิดธรรมชาติให้ทำเช่น ล่องแก่ง Zip lining สโลแกนของประเทศนี้คือ Pura Vida หรือ Pure life จึงเหมาะสมเป็นที่สุด

นิคารากัวเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงกันมากนักในแง่การท่องเที่ยว แต่ประเทศเล็กๆที่มีพลเมืองเพียง 6 ล้านคนนี้ก็เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกากลาง เมื่อครั้งที่ฉันวางแผนไปเที่ยวประเทศ Costa Rica ก็เกือบจะข้ามนิคารากัวไปแล้ว แต่พอเข้าไปศึกษาดูแล้วก็บอกตัวเองเลยว่า นี่แหละ ประเทศแบบเหนือฟ้าของฉัน! ฉายาของประเทศนี้ก็คือ "The land of lakes and volcanoes"